หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

grip คืออะไร

Grip คือ  เป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ใส่กับกล้อง DSLR จะใส่ตรงฐานด้านล่างของกล้อง DSLR  จะเป็นเหมือนแบตเตอรี่ที่มีด้ามจับ สามารถใส่ถ่านได้ 2 ก้อนพร้อมกัน ทำให้ถ่ายได้นานขึ้น และสามารถถ่ายแนวตั้งได้โดยไม่เมื่อยมือ กล้องDSLRที่ออกมานั้นจะมีGripที่แตกต่างกันไป ทั้งขนาดละรูปร่าง กล้องดิจิตอลที่มีราคาสูงราคาGripมักมีราคาที่สูงตามไปด้วย

ข้อดีของ Grip คือ

-  ทำให้ภาพลักษณ์ดูดี น่าเชื่อถือ

-  สามารถใส่ถ่านได้ 2 ก่อนพร้อมกันทำให้ถ่ายได้นานขึ้นและไม่เสียเวลาเปลี่ยน

-  ถ่ายแนวตั้งจะถ่ายได้ง่ายขึ้น

-  ดีสำหรับคนมือใหญ่ เพราะถ้ากล้องที่มีขนาดเล็กกว่าจะทำให้เราปวดมือได้

-  บางรุ่น บางยี่ห้อ Grip จะมีปุ่มการควบคุมที่สำคัญให้ ถ้าปุ่มหลักเสียสามารถกดแทนปุ่มที่มีปัญหาได้

-  Grip บางยี่ห้อมีรังถ่านแบบอื่นให้ใช้แทนแบตในรุ่นกล้อง DSLR ของตัวเองได้

สามารถใส่ถ่านชนิดอื่นได้ ( รังถ่ายแบบ AA )

ข้อเสียของ Grip คือ

-  น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
-  ราคาแพง

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558

คุณภาพระดับมืออาชีพในขนาดฝ่ามือ ด้วย Sony FDR-AXP35

คุณภาพระดับมืออาชีพในขนาดฝ่ามือ

ระลึก ถึงความทรงจำดีๆ ด้วยความละเอียด 4K สมบูรณ์แบบด้วยรายละเอียดมากกว่า Full HD ถึงสี่เท่า เพราะ FDR-AXP35 ที่ไม่มีใครเทียบได้นี้มี Balanced Optical SteadyShot™ และเลนส์ ZEISS เพื่อสุดยอดคุณภาพของภาพ 


และเก็บบันทึกรายละเอียดชวนตะลึง แล้วแชร์ให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ได้ทันที ไม่ว่าการยิงประตูลูกแรกของลูกน้อยหรือการไต่ขึ้นยอดเขาลูกแรกของคุณ คุณจะไม่มีทางพลาดช่วงเวลาขณะนั้นระหว่างบันทึกภาพไว้เป็นความทรงจำในอนาคต

เก็บความทรงจำให้สมจริงยิ่งขึ้นด้วยกล้องบันทึกวิดีโอ 4K บันทึกแบบ 4K Ultra HD เพื่อรายละเอียดที่มากกว่า Full HD ถึง 4 เท่า ลดเอฟเฟกต์ที่เกิดจากมือสั่นด้วย Balanced Optical SteadyShot ตะลึงกับภาพจากทุกมุมมองด้วยเลนส์ ZEISS Vario-Sonnar T* 29.8 มม. ควบคุมพารามิเตอร์หลักๆ สำหรับการถ่ายภาพได้อย่างง่ายดายด้วยวงแหวนแมนนวล ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในกล้องขนาดกะทัดรัด

รีโมทคอนโทรลแตะครั้งเดียว

ฟังก์ชัน Wi-Fi และ NFC ช่วยให้ใช้งาน FDR-AXP35 จากระยะไกลได้ และสามารถถ่ายโอนเนื้อหาระหว่างกล้องบันทึกวิดีโอกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ผ่านแอพ PlayMemories Mobile สำหรับอุปกรณ์มือถือได้ 

Highlight Movie Maker

คุณสมบัติ นี้ช่วยให้การตัดต่อทำได้ลื่นไหลและรวดเร็วเหลือเชื่อ เรียงประกอบและแชร์ลำดับเหตุการณ์ และซิงโครไนซ์การเปลี่ยนฉากให้เข้ากับจังหวะของซาวด์แทร็ค


Sony FDR-AXP35  Specification
ประเภทเลนส์
ZEISS Vario Sonnar T
ประเภทเซนเซอร์
เซนเซอร์ "Exmor™ R" CMOS ประเภท 1/2.3 (7.76 มม.) ที่ได้รับแสงด้านหลัง
ประเภทหน้าจอ
จอแสดงผล Xtra Fine LCD™ ขนาด 7.5 ซม. (3.0 type) (921 600 จุด) กว้าง (16:9)
ช่องเสียบอินพุตและเอาต์พุต
DC IN, ช่องเสียบ HDMI, ช่องเสียบ Multi/Micro USB, ฐานเสียบอุปกรณ์เสริม, อินพุตโปรเจคเตอร์ (HDMI), เอาต์พุต STD
เอาต์พุตแสง
สูงสุด 50 ลูเมน

ราคา 39,990.00 บาท

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

PowerShot N มาพร้อมความอิสระและสร้างสรรค์

PowerShot N มาพร้อมความอิสระและสร้างสรรค์


กล้องดิจิตอล PowerShot N รุ่นใหม่ล่าสุด สามารถใช้งานได้ง่ายอย่างไร้ขีดจำกัดทั้งจากด้านล่างและจอด้านหลัง ประกอบด้วยหน้าจอ LCD Capacitive Touchscreen ขนาด 2.8 นิ้ว ที่สามารถพับได้ ปุ่มชัตเตอร์ และ วงแหวนซูมรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมทั้งฟังก์ชั่น Creative Filter ที่มีให้เลือกมากมาย กล้องดิจิตอล PowerShot N ให้คุณสร้างสรรค์ได้ตามจินตนาการมากกว่าที่เคย
  • เซ็นเซอร์ CMOS 12.1 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ 28 - 224mm
  • มีเทคโนโลยี Wi-Fi ในตัวกล้อง

 

ฟังก์ชั่น Creative Shot สุดสร้างสรรค์

ให้ฟังก์ชั่น Creative Shot สร้างสรรค์รูปถ่ายอันน่าอัศจรรย์ให้คุณ

เพียงกดชัตเตอร์สแน็บรูป รูปถ่าย 5 รูปจะถูกสร้างสรรค์ออกมาโดยอัตโนมัติ หนึ่งรูปต้นฉบับและอีกสี่รูปที่มีองค์ประกอบ, สี และแสงที่แตกต่างกัน ช่วยเปลี่ยนรูปถ่ายเดิมๆ ให้เป็นรูปถ่ายที่แปลกใหม่อย่างน่าทึ่ง และค้นพบโลกใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น ให้ทุกสิ่งสร้างสรรค์ได้ไม่รู้จบ

ปุ่ม Wifi

เชื่อมต่อกับอุปกรณ์พกพาหรืออุปกรณ์ไร้สาย อื่นๆ ที่เข้ากับระบบได้ เพียงกดปุ่ม Wi-Fi ปุ่มเดียว คุณก็สามารถแชร์รูปและวิดีโอของคุณผ่าน Wi-Fi ได้ทันที

เห็นได้มากกว่าด้วย ZoomPlus 16 เท่า

ซูมเข้าเพื่อเก็บรายละเอียดของสถาปัตยกรรมและทัศนียภาพด้วย ZoomPlus 16 เท่า

ราคา PowerShot N  9,590 บาท
 

RX10 II มาพร้อมเลนส์ F2.8 24–200m



RX10 Ⅱ สไตล์มืออาชีพ เร็วดุจสายฟ้า โดย RX10 II มาพร้อมเลนส์ F2.8 24–200m

กล้อง ซูมสไตล์มืออาชีพ RX10 II ใหม่มีเซนเซอร์ภาพ Stacked CMOS 1.0-type ติดตั้งหน่วยความจำที่สามารถจับภาพของจินตนาการที่ซ่อนอยู่ พบกับภาพยนตร์และภาพนิ่งที่สมจริงระดับ 4K1 2 ได้แล้ว



  •     เซนเซอร์ Exmor RS™ CMOS 1.0-type 20.2 MP (ที่ใช้งานจริง) ใหม่
  •     เลนส์ ZEISS Vario-Sonnar T* 24-200 มม. F2.8 ที่สว่างสดใส
  •     ความสามารถในการถ่ายที่รวดเร็วแบบสุดๆ
ราคา 42,990.00 บาท

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

กล้องดิจิตอล PowerShot D30 เพื่อการผจญภัยสุดเอ็กซ์ตรีม

กล้องดิจิตอล PowerShot D30 เพื่อการผจญภัยสุดเอ็กซ์ตรีม


กล้องถ่ายรูปดิจิตอล PowerShot D30 ได้รับการการันตีจากทั่วโลกแล้วว่าเป็นกล้องที่มีความสามารถในการดำน้ำได้ ลึกที่สุด* ถึง 25 เมตร โดยไม่จำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม *ข้อมูลเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2014 จากการจัดลำดับของกล้องดิจิตอลคอมแพคที่กันน้ำได้
  • สามารถดำน้ำได้ลึกถึง 25 เมตร
  • กันการกระแทกที่ระดับความสูง 2.0 เมตร
  • กันความเย็นที่อุณหภูมิต่ำสุดถึง -10°C

 

ออกแบบเพื่อการผจญภัย

กล้องสำหรับการผจญภัย Canon PowerShot D30 พร้อมไปกับคุณในทุกที่ในประสบการณ์แบบเอ็กซ์ตรีม เป็นกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่ได้รับการันตีจากทั่วโลกว่ามีความสามารถในการกัน น้ำได้ลึกที่สุดถึง 25 เมตร โดยไม่จำเป็นต้องใช้งานเคสอุปกรณ์เสริม กันการกระแทกที่ระดับความสูง 2.0 เมตร และสามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิต่ำถึง -10 องศาเซลเซียส กล้องได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการกระแทก และทนทานต่อแรงกด จึงมั่นใจได้ถึงความสามารถในการรองรับการทำงานในไลฟ์สไตล์ต่างๆของผู้ใช้

ปรับแต่งให้สะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น

ปุ่มควบคุมการทำงานของกล้องถ่ายรูปดิจิตอล PowerShot D30 ได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานในขณะที่สวมถุงมือ และปรับแต่งการทำงานของหน้าจอ LCD ด้วยโหมดการทำงาน Sunlight เพื่อให้สามารถดูภาพในสภาวะที่มีแสงจ้าได้สะดวกมากขึ้น

มี GPS ในตัวกล้อง

ด้วยการใช้งานเทคโนโลยี GPS ทำให้กล้องถ่ายรูปดิจิตอล PowerShot D30 สามารถบันทึกตำแหน่งสถานที่และเวลาท้องถิ่นของรูปภาพและวิดีโอได้โดย อัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถสร้างและแชร์แผนที่ส่วนตัวที่เหมือนกับแผนที่นำเที่ยวแบบย่อมๆ ได้ เพื่อเป็นไอเดียให้กับเพื่อนและครอบครัวในการเที่ยวชมสถานที่นั้นๆ

ราคา PowerShot D30 9,450 บาท

 

วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

ISO คืออะไร

ISO คือค่าความไวแสงของฟิล์มในสมัยก่อน
คำว่า ISO เป็นภาษากรีกโบราญ ความหมายก็คือ เท่ากับ
ค่าISO ความไวแสงของฟิล์มนั้นที่มีตัวเลขน้อย (มีความต้องการแสงมาก) ตัวเลขยิ่งมากความไวแสงของฟิล์มก็ยิ่งเร็วมาก (ต้องการแสงน้อยลง) ภาพที่มีค่า ISO 100 จะมืดกว่าภาพที่มี ISO สูงๆ
ขอดีของการใช้ ISO ต่ำๆ คุณภาพของภาพจะดีกว่า ISO สูงๆ เพราะการใช้ ISO ที่มากขึ้น จะทำให้เกิดสัญญาณรบกวน ทำให้เกิดจุดๆในรูปภาพ ที่เราเรียกกว่าการเกิด น๊อย (Noise)

(Noise สัญญาณรบกวนที่เกิดกับรูปภาพ ทำให้เกิดความไม่สม่ำเสมอของความสว่างและสี จะเป็นจุดๆๆๆในภาพที่ถ่าย)
ค่า ISO ทั่วไปตามมาตรฐาน คือ ISO 100 ISO 200 ISO 400 ISO 800 ISO 1600 ซึ่ง ค่า ISO ที่เพิ่มขึ้นนั้นเราจะเรียกว่า สต็อป ยกตัวอย่างเช่น ISO 200 มีความไวแสงต่างกับ ISO 100 อยู่ 1 สต็อป และ ISO 400 มีค่าความไวแสง ISO 100 อยู่ 2 สต็อป

สมัยก่อนในยุคฟิล์มบริษัทผู้ผลิตฟิล์มในแต่ละ ประเทศต่างก็กำหนดชื่อมาตรฐานและตัวเลข โดยกำหนดอัตราความไวแสงของตน ออกมาใช้สำหรับฟิล์มที่ตนผลิตได้ เช่น ประเทศเยอรมนีใช้ชื่อมาตราว่า ไซเนอร์ (Schiener) และดิน (Din : Deutsche lndustrie Norm) อังกฤษใช้ บี.เอส. (B.S. : British Standards Exposure lndex) ญี่ปุ่นใช้ เจไอเอส (JIS : Japanese lndustrial Standards) สหรัฐอเมริกาใช้ เวสตัน (Weston) ยี.อี. (G.E. : GeneraI EIectric) และเอเอสเอ (ASA : American Standards Association) ในสมัยก่อนค่า ความไวแสงจะมีบอกในกล้องฟิล์มที่จะเอาไปใช้ ค่าความไวแสงน้อย คือ ต้องการแสงมากๆ ค่าความไวแสงมาก คือต้องการแสงน้อย

ผู้ ผลิตฟิล์มมีปัญหาการจำหน่อยไปยังทั่วโลก จึงหาคำที่ใช้เรียกกันในแบบสากล ที่นำใช้ร่วมกันทั่วโลกได้ เมื่อเกิดมาตราสากล ไอเอสโอ ขององค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO : ln-ternational Organization for Standardization ) จึงเปลี่ยนคำจาก เอเอสเอ ของสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนมาใช้ ISO แทน ในช่วงการปรับเปลี่ยน บางยี่ห้อยังใช้เอเอสเอกันอยู่เพราะเป็นที่เข้าใจและแพร่หลายมาก่อน

ISO ในยุคของกล้องดิจิตอล

ISO ในยุคของกล้องดิจิตอล คือ ความไวแสงที่มีในกล้องดิตอล หรือ ค่าอิมเมจเซนเซอร์ในการรับแสง ซึ่งตัวเลขมีค่ามาก ความไวต่อการรับแสงก็มากขึ้นไปด้วย ทำให้ผู้ถ่ายรูปได้สปีดชัดเตอร์ที่เพิ่มขึ้นด้วย และสามารถที่จะถ่ายในที่มีความไวแสงสูงๆ เช่น คนวิ่ง เด็กกระโดดน้ำ แต่การที่ใช้ ISO ที่สูงขึ้นนั้นจะทำให้เกิด น้อยส์ (Noise) ซึ่งทำให้คุณภาพของภาพลดลงตามไปด้วย

(ISO) น้อย (ความเร็วชัดเตอร์) น้อย (Noise) น้อย ต้องการแสงมาก คุณภาพดี

(ISO) มาก (ความเร็วชัดเตอร์) มาก (Noise) น้อย ต้องการแสงน้อย คุณภาพไม่ดี

- AUTO ISO กล้องจะจัดการปรับค่า ISO ให้เองโดยอัตโนมัติ โดยขึ้นกับวัตถุที่เราจะถ่าย
- iso 100

iso 100 : มันนิยมใช้ในที่กลางแจ้ง สว่างมากๆ การใช้ ISO 100 จะทำให้มีสัญญาณรบกวนที่ต่ำทำให้คุณภาพของภาพดีมากๆ

- iso 200

iso 200 : เหมาะกับงานในร่มที่ไม่มืดมากนัก คุณภาพจัดว่าดี แต่เริ่มมีสัญญาณรบกวนเข้ามา (Noise)

- iso 400

iso 400 : มักใช้ในงานที่อยู่ในร่ม มีความมืดพอประมาณ คุณภาพของภาพยังถือว่าดีอยู่ แต่สัญญาณรบกวน (Noise) มีสูงขึ้นแต่ยังพอรับได้

- iso 800

iso 800 :มักใช้ในงานที่มีสภาพแสงน้อย หรือปรับค่าให้มีความเร็วสูงๆเพื่อเพิ่มสปีด ทำให้มีสัญญาณรบกวนมาก ภาพอาจจะไม่เนียนตา แต่เน้นความคมชัด

ข้อควรระวัง: เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้อง ถ่ายภาพด้วย ISO สูงๆ 800 , 1600 ควรต้องวัดแสงให้พอดี การปรับแสงให้ภายหลัง อาจทำให้เกิด Noise ซึ่งเป็นจุดในรูปภาพทำให้ภาพไม่สวยงามได้


- iso 1600

มักเป็นสถาพแสงที่มีแสงน้อยมาก สัญญาณรบกวนมีสูง จะมีเม็ดเล็กๆขึ้นมา แต่อาจยังพอรับได้

ข้อ ควรระวัง: เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้อง ถ่ายภาพด้วย ISO สูงๆ 800 , 1600 ควรต้องวัดแสงให้พอดี การปรับแสงให้ภายหลัง อาจทำให้เกิด Noise ซึ่งเป็นจุดในรูปภาพทำให้ภาพไม่สวยงามได้

- iso 3200

มัก อยู่ในสถานที่มี่มีแสงน้อยมากๆ ภาพที่ออกมาจะมีสัญญาณรบกวนที่สูง ภาพอาจมีจุดๆที่เกิดขึ้นจากสัญญาณรบกวน (Noise)  การใช้ ISO 3200 นั้น เน้นการได้ภาพเป็นหลัก

วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ระยะชัดลึกและชัดตื้น คืออะไร (Depth of Field)



เพื่อเป็นการเข้าใจ ง่ายๆ เราจะสังเกตุได้จาก ถ้าฉากหน้าและฉากหลังเบลอส่วนมากเราเรียกว่า ชัดตื้น  ( มักเป็นเลนส์ที่มีช่วงความยาวสูงๆ และ รูรับแสงที่กว้าง (F 2.8 ลงไป ), ส่วนชัดลึกมักเป็นภาพที่มีความชัดฉากหลังมากๆ มันเป็นพวกเลนส์ wide หรือใช้ รูรับแสงที่แคบ ( F 16 – 32 )

การควบคุมความระยะชัดลึกและชัดตื้น มีอยู่ 3 วิธี

A. ควบคุมรูรับแสง หรือ  f stop number


B. ความยาวโฟกัส โฟกัส   เลนส์เทเลโฟโต้จะให้ภาพที่มีระยะชัดลึกน้อยกว่าเลนส์มุมกว้าง ยิ่งทางยาวโฟกัสเพิ่มขึ้นเท่าไร ระยะชัดลึกก็จะน้อยลง

C.ระยะการโฟกัส คือ ยิ่งเข้าตัวแบบมากเท่าไหร่ ภาพก็จะมีระยะชัดลึกน้อยลงเท่านั้น