หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับกล้องถ่ายรูป

            นอกจากส่วนประกอบที่สำคัญ ๆ อันเป็นพื้นฐานของกล้องถ่ายรูปแล้วอาจต้องการใช้อุปกรณ์ อื่น ๆ ประกอบเพื่อให้ การถ่ายรูปมีคุณภาพยิ่ง อุปกรณ์ต่าง ๆ มีดังนี้ คือ

1. เครื่องวัดแสง (Exposure light meter) เป็นเครื่องมือที่ช่วยบอกลักษณะของแสงที่พอเหมาะในการถ่ายรูป แต่ละครั้งเพื่อให้ได้ภาพที่พอดี (Nor-mal) นั่นคือ จะบอกหน้ากล้องหรือขนาดของรูรับแสงที่พอเหมาะ และความเร็ว ชัดเตอร์ที่ควรใช้อันสัมพันธ์กับแสงสอดคล้องกับความมุ่งหมายการถ่ายรูปนั้น ๆ โดยปกติกล้องถ่ายรูประดับปานกลาง ถึงระดับดี จะมีเครื่องวัดแสงนี้ติดมาพร้อมกับกล้องอย่างไรก็ตาม อาจจำเป็นที่ต้องมีเครื่องวัดแสงเฉพาะสำหรับ งานบางอย่างก็ได้

         2. ขาตั้งกล้อง (Tripod, Camera Supports) เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการถ่ายรูปที่ต้องใช้ความไวช้า ๆ หรือถ่ายรูปกลางคืนเพราะจะทำให้กล้องมั่นคงได้ภาพที่ไม่ไหวปกติขาตั้งกล้องมีลักษณะ 3 ขา (Tripod) ในบางครั้งอาจใช้ขาเดียว Monopod) รับน้ำหนักก็ได้ หรือมีลักษณะเป็นแท่นรองรับก็สุดแล้วแต่จุดมุ่งหมาย

         3. แว่นกรองแสง (Filters) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบกับเลนส์เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามแตกต่างไปจากภาพปกติ ในการถ่ายรูปสีแว่นกรองแสงจะช่วยควบคุมแสง แก้ไขสีเพิ่มสีและทำภาพพิเศษอื่น ๆ ได้ตามความต้องการในบางชนิด เช่น สกายไลท์ (Skylight) ช่วยป้องกันเลนส์ไม่ให้สกปรกหรือเกิดรอยขีดข่วนได้สำหรับการถ่ายรูปขาวดำ ฟิลเตอร์หรือ แว่นกรองแสงก็จะช่วยในการเน้นจุดสนใจของภาพให้ดียิ่งดีขึ้นซึ่งปกติฟิลเตอร์ที่ใช้กับงานถ่ายรูปขาวมีนิยมอยู่
5 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง สีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว

         4. สายลั่นไก (Shutter Release Cable) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ต่อเข้ากับปุ่มลั่นไกช่วยลั่นไกชัดเตอร์ โดยให้กล้องรับการกระทบกระเทือนน้อยที่สุดในกรณีที่ตั้งความไวชัดเตอร์ต่ำ ๆ ปกตินิยมใช้กับการถ่ายรูป วัตถุเล็ก ๆ หรืองานก้อบปี้ ตลอดจนการถ่ายรูปกลางคืน (Night Picture) เมื่อจำเป็นต้องใช้ความไวชัดเตอร์ต่ำ ๆ สายลั่นไก มีความยาวหลายขนาด และบางชนิดอาจมีล็อกเพื่อให้การเปิดหน้ากล้องนาน ๆ ตามต้องการได้

         5. ไฟแฟลชอิเลคโทรนิค (Electronic Flash) เป็นอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งของแสงสว่างเพื่อช่วยถ่ายรูป เมื่อแสงไม่พอ เช่น ถ่ายรูปในเวลากลางคืนหรือในห้องที่ไม่ค่อยมีแสงสว่าง นอกจากนั้นอาจใช้ไฟแวบนี้ ช่วยลดเงาเมื่อถ่ายภายในแสงหลักที่สว่างมาก ๆ นอกจากนั้นอาจใช้แหล่งแสงสว่างอื่น ๆ แทนไฟแวบได้ เช่น ไฟส่อง (Flood) แบบที่ใช้ในห้องถ่ายรูป หรือพวกไฟที่ใช้กับโทรทัศน์ภาพยนตร์ที่เรียกว่าซันกัน (Sun Gun) ก็ได้

        6. เลนส์ ฮูด (Lense Hood) เป็นอุปกรณ์ ที่ไม่มีแก้วเหมือนเลนส์ชนิดอื่น ๆ แต่เป็นเพียงกรอบ หรือขอบเพื่อสวมเข้าหน้าเลนส์ เพื่อกันการสะท้อนของแสง หรือแสงส่องเฉียงที่ไม่ต้องการมากระทบผิวหน้าเลนส์ เลนส์ฮูดอาจทำด้วยโลหะ หรือยางมีขนาดแตกต่างกันตามความยาวโฟกัสของเลนส์และรัศมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ของเลนส์ที่ใช้

        7. กระเป๋ากล้อง ( Case) เป็นอุปกรณ์ที่ควรจะสวมใส่กล้องไว้ตลอดเพราะป้องกันการขูดขีดของตัวกล้อง และเลนส์เป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้นป้องกันการ กระทบกระเทืยนได้อีกด้วยกระเป๋ากล้องอาจเป็นหนังชนิดแข็งหรืออ่อนก็ได้

        8. เครื่องขับเคลื่อนฟิล์มโดยอัตโนมัติ (Motor Drive,Autowinder) อุปกรณ์ชิ้นนี้อาจไม่จำเป็นในการถ่ายรูปปกติ เพราะมีเวลาในการเลื่อนฟิล์มด้วยตนเอง แต่สำหรับงานอาชีพที่ต้องการบันทึกภาพติดต่อกันในเวลาสั้น ๆ ถ้ามัวเคลื่อนฟิล์มอยู่อาจพลาดภาพนั้น ๆ ได้ดังนั้นจึงมีอุปกรณ์ที่เลื่อนฟิล์มโดยอัตโนมัตินี้ โดยผู้ใช้เพียงกดปุ่มถ่ายภาพ ฟิล์มจะเลื่อนโดยอัตโนมัติ บางชนิดจะเลื่อนวินาทีละ 5 ภาพหรือบางชนิดอาจต่ำกว่านั้น

         9. กระเป๋าเก็บกล้อง และอุปกรณ์อื่น ๆ (Baggage) เป็นกระเป๋าเอนกประสงค์ที่สามารถบรรจุกล้องและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ นำไปใช้ถ่ายรูปได้ นอกจากนั้นยังช่วยป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี และสามารถเก็บกล้อง และรักษาฟิล์มได้ด้วย กระเป๋าบางชนิดอาจทำเป็นกล่องอะลูมิเนียมบุด้วยฟองน้ำกันการกระเทือน บางชนิดทำด้วยผ้าร่มสักหลาดหรือผ้าใบ และบางชนิดสามารถป้องกันน้ำเข้าไปในกระเป๋าได้

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

ความยาวโฟกัส คืออะไร



ความยาวโฟกัส คือ ระยะห่างระหว่างตัวเลนส์กับวัสดุรับภาพของกล้องนั่นเอง โดยถ้าเราพิจารณาจากภาพก็จะเห็นได้ว่า ยิ่งค่าความยาวโฟกัสมากขึ้นเท่าไหร่(ยิ่งเลนส์ห่างจากเซ็นเซอร์กล้องดิจิตอล เท่าไหร่) มุมของภาพก็จะนิ่งแคบลงเท่านั้น เลนส์ถ่ายภาพใดก็ตามที่มีความยาวโฟกัสของเลนส์ ยิ่งยาวยิ่งทำให้มุมของการถ่ายภาพแคบ และ ช่วยย่นระยะของทางที่มองเห็นให้ใกล้เข้ามา เลนส์ดังกล่าว ซึ่งได้แก่เลนส์ถ่ายไกล(Telephoto Lens) เป็นต้น นอกจากนี้เลนส์ที่มีความยาวโฟกัสแตกต่างกัน นอกจากสร้างผลทางภาพให้มีขนาดต่างกันแล้ว ยังสร้างผลของช่วงความชัดให้มีความแตกต่างกันอีกด้วย โดยความยาวโฟกัสยิ่งยาวมาก ช่วงความชัดยิ่งสั้นลง ตรงกันข้าม ถ้าความยาวโฟกัสยิ่งสั้นมากเท่าใด ช่วงความชัดของภาพจะมีมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นสรุปได้ว่าความยาวของโฟกัสของเลนส์มีผลต่อการถ่ายภาพ 2 อย่างคือ

1. ทำให้มุมของภาพ กว้างหรือแคบได้

2. ทำให้ช่วงความชัดมีมากหรือน้อยลงได้

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทคนิคการถ่ายภาพแบบ NIGHT PICTURE


        เทคนิคการถ่ายภาพแบบ NIGHT PICTURE หรือ การถ่ายภาพไฟกลางคืนที่สวยงาม จะได้ภาพที่แปลกตา  มาดูวิธีถ่ายเลยครับ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้
1.  กล้องถ่ายภาพพร้อมฟิล์ม
2.  ขาตั้งกล้องพร้อมสายลั่นชัตเตอร์
3.  อื่น ๆ เช่น ไฟฉาย  ผ้าดำ  

วิธีการถ่ายภาพ
1. ติดตั้งกล้องกับขาตั้งกล้องให้มั่นคง  พร้อมติดตั้งสายลั่นชัตเตอร์ให้พร้อม
2. ส่องกล้องหาทิศทางในการถ่ายภาพ ให้ได้มุมที่เหมาะที่สุด
3. คาดคะเน สภาพแสงเพื่อกำหนดเวลา และรูรับแสง (โดยปกติถ้าเป็นไฟตามถนนปกติ จะใช้ประมาณ 5.6หรือ 8)
4. ตั้งความเร็วชัตเตอร์ที่ B ลั่นชัตเตอร์ค้างไว้ให้รถวิ่งผ่านจนเป็นที่พอใจ ประมาณ  10 -60 วินาที หรือถ้าทิ้งช่วงเวลานาน ใช้ผ้าดำคลุมหน้าเลนส์ไว้ก่อนก็ได้  
       
        การถ่ายภาพไฟกลางคืน ควรถ่ายเผื่อหลาย ๆ ภาพ โดยใช้เวลาในการบันทึกภาพ และขนาดรูรับแสงต่าง ๆ กัน และจดบันทึกไว้จะดีที่สุด  และควรฝึกหัดเป็นประจำเพราะต้องอาศัยความชำนาญอย่างสูงในการถ่ายภาพประเภทนี้

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Canon เปิดตัว EOS 70D

 

 

Canon เปิดตัว EOS 70D พร้อมเซนเซอร์ใหม่ Dual Pixel CMOS AF โดย Canon เปิดตัวกล้องรุ่นกลางของซีรีส์ EOS ตัวใหม่ในชื่อรุ่น EOS 70D อัพเดตจากรุ่นก่อนหน้าที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2010 มีการปรับปรุงไปหลายส่วนดังนี้ครับ

   Canon EOS 70D ถือเป็นกล้องที่สาวก Canon รอคอยมากที่สุดตัวหนึ่ง และเมื่อวานนี้การรอคอยนั้นก็เหมือนจะสิ้นสุดลงแล้วครับจากการที่ Canon ได้ประกาศเปิดตัว Canon EOS 70D อย่างเป็นทางการ แว๊บแรกที่ผมเห็นรูปของ 70D อดคิดไม่ได้ว่าบอดี้ภายนอกมันไม่เห็นจะต่างกับ 60D เลย แค่มีการเรียงปุ่มใหม่นิดๆหน่อยๆ ถึงตอนนั้นผมเริ่มมีความสงสัยว่าภายในมันอาจจะคล้ายๆ 60D ก็ได้ อาจไม่ได้สมกับที่หลายๆคนรอคอยมานาน แต่พอเลื่อนไปอ่านสเปคก็รู้ทันทีว่า มันแค่ภายนอกเท่านั้นที่ดูคล้ายด้านในมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้ดีขึ้น กว่า 60D แทบจะทุกด้านเลย แถมยังมีเซนเซอร์ใหม่ที่พ่วงเอาเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF มาอีกด้วย ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาอธิบายกันกันครับว่ามันคืออะไร

 

 

          Canon EOS 70D Specification

  • เซนเซอร์ APS-C Dual Pixel CMOS AF ความละเอียด 20.2 ล้านพิกเซล
  • ชิพประมวลผล DIGIC 5+
  • ISO 100-12800 ขยายได้ถึง 25600
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 7 ภาพต่อวินาที (JPEG 65 ภาพ/RAW 16 ภาพ)
  • เซนเซอร์ Autofocus มีจุด AF 19 จุด เป็น Cross-type ทั้งหมด
  • เซนเซอร์วัดแสง iFCL 63 โซน
  • ช่องมองภาพครอบคลุมการมองเห็น 98%
  • จอแสดงผลปรับหมุนได้(หมุนได้แบบเดียวกับ 60D)
  • จอแสดงผล Touchscreen ขนาด 3.0" ความละเอียด 1,040,000 พิกเซล
  • มี Wi-Fi ในตัว
  • แฟลชหัวกล้องสามารถสั่งงานแฟลชไร้สายได้
  • ถ่าย Video Full HD 1080p 30fps
  • มีโหมดถ่ายภาพ HDR และ Multiple Exposure
  • มีช่องใส่การ์ด SD/SDHC/SDXC 1 ช่อง
  • มี Weather Seal กันน้ำกันฝุ่น
  • ใช้แบตเตอรี่ LP-E6
  • ใช้กริ๊ปรุ่น BG-E14
  • น้ำหนัก 755 กรัม

 

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Dual Pixel CMOS AF สุดยอดระบบ ออโต้โฟกัส เพื่อการถ่ายภาพด้วย Live View



ครั้งแรกของโลกกับเทคโนโลยีใหม่

"Dual Pixel CMOS AF" สุดยอดระบบ

ออโต้โฟกัส เพื่อการถ่ายภาพด้วย Live View

ลงตัวทั้งการถ่ายภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว


ครั้งแรก*ของเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF สุดยอด ระบบออโตโฟกัสแห่งยุค ตอบโจทย์สมบูรณ์แบบลงตัวทั้งการถ่าย ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ปลดล๊อคทุกข้อจำกัดในการถ่ายภาพด้วย Live View และสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวโดยสามารถโฟกัส เกาะติดวัตถุให้อัตโนมัติอย่างแม่นยำ ราบรื่นไม่มีสะดุด พร้อมหน้าจอ LCD ทัชสกรีนแบบปรับหมุนได้ เพื่อความสะดวก ในการเลือกจุดโฟกัสและการถ่ายภาพในสถานการณ์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Wi-Fi ในตัวกล้อง ผู้ใช้จึงสามารถควบคุมการทำงานของกล้อง โดยเฉพาะการปรับชัตเตอร์ สปีด รูรับแสง ตั้งค่า ISO ผ่านแอพลิเคชั่น EOS Remote บนสมาร์ทโฟน หรือแชร์ภาพถ่ายจากกล้องไปยังกล้องรุ่นอื่นๆ ของแคนนอนที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi ได้อย่างสะดวกง่ายดาย และนอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นมากมาย ที่มีในกล้องระดับโปรฯ เพื่อคุณภาพของภาพที่เหนือชั้น อาทิ เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APC-S ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผลภาพ DIGIC 5+ การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 7 ภาพต่อวินาที ระบบโฟกัสอัตโนมัติ ที่ครอบคลุม ได้ถึง 19 จุดแบบ Cross-type และ Dual Cross-type ที่จุดกลาง 


เทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF เป็นเหมือนตัวแทนของการนำเสนอแนวคิดใหม่ ในการโฟกัสอย่างมีประสิทธิภาพผ่านระบบ LiveView ด้วยกลไกการทำงานที่กระจกภายในตัวกล้องจะถูกยกขึ้น เมื่อถ่าย
ภาพด้วย Live View ทำให้การตรวจหาจุดโฟกัสอัตโนมัติแบบ phase-difference ของช่องมองภาพแบบปกติใช้งานไม่ได้ กล้องส่วนใหญ่ ที่ใช้ระบบ Live View จึงมีระบบออโต้โฟกัสแบบ sensor-based
ซึ่งใช้การตรวจหาจุดโฟกัสด้วยค่าคอนทราสต์ โดยจะคำนวณหาจุดโฟกัส โดยการจดจำความแตกต่างของค่าคอนทราสต์ ในภาพและเคลื่อนเลนส์ กลับไปมาจนกว่าจะได้ค่าโฟกัสที่ดีที่สุด วิธีการนี้ต้องใช้เวลามากกว่าแบบ phase-difference ในขณะที่ Dual Pixel CMOS AF จะล็อคโฟกัส และติดตามวัตถุที่ถ่ายทันที จึงทำการโฟกัสได้รวดเร็วกว่า

สุดยอดประสิทธิภาพ ด้านการบันทึกภาพเคลื่อนไหว "EOS Full HD Movie"

 

ด้วย 3 สุดยอดเทคโนโลยีอย่าง Dual Pixel CMOS AF ฟังก์ชั่นติดตามวัตถุอัตโนมัติ Movie Servo AF และเทคโนโลยี เลนส์ STM (Stepping Motor) ของกล้อง EOS 70D คุณจึง บันทึกภาพเคลื่อนไหวคุณภาพระดับมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ด้วยความสามารถในการโฟกัส ติดตามวัตถุได้แม่นยำต่อเนื่อง
และเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด หรือสลับ วัตถุไปมาก็ตาม ง่ายต่อการใช้เทคนิคถ่ายภาพชัดตื้น ปราศจาเสียงรบกวนจากมอเตอร์ในตัวเลนส์ ขณะทำการค้นหาโฟกัส อัตโนมัติ ช่วยให้วิดีโอคมชัด ได้อารมณ์เหมือนภาพยนตร์ ระดับมาสเตอร์พีซเพื่อความคล่องตัวในการใช้งานระดับมืออาชีพ กล้อง EOS 70D ติดตั้งไมโครโฟนระบบเสียงสเตอริโอ ซึ่งสามารถ ปรับค่าความดังของเสียง และเปิดใช้งาน ฟังก์ชั่นลดความแรง สัญญาณเสียงได้ตามต้องการ พร้อมกับช่องต่อไมโครโฟน ภายนอก สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเสริมประสิทธิภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับตั้งค่าตัวกล้องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูรับแสงหรือค่าISO ผู้ใช้ก็สามารถเลือกปรับแมนนวลได้ตามต้องการ และยังบรรจุฟังก์ชั่น VDO Snapshot และ Music Background ที่จะมาช่วยทำให้การบันทึกและตัดต่อ สำหรับมือใหม่ กลายเป็นเรื่องง่ายและสนุกสนานอีกด้วย

 

โฟกัสลื่นไหลไม่มีสะดุด

ไม่ว่าจะเป็นการโฟกัสครั้งแรก หรือการเปลี่ยนสลับโฟกัสไปมาระหว่าง
วัตถุหรือบุคคลภายในช็อตเดียวกัน (เช่น rack focus) Dual Pixel CMOS AF
ก็สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องลื่นไหล ด้วยเลนส์ไดรฟ์ที่จับภาพได้อย่างแม่นยำ
ให้ผลลัพธ์ที่คมชัด พร้อมระบบ Touch AF และหน้าจอ Live View ที่ช่วยให้
การเปลี่ยนโฟกัสจากวัตถุด้านหน้า ไปยังฉากหลัง (rack focus) เป็นไปอย่าง
ง่ายดายแค่ปลายนิ้วสัมผัส 


ภาพคมชัดสม่ำเสมอ

Dual Pixel CMOS AF ซึ่งทำงานร่วมกับ Movie Servo AF จะทำการล็อคโฟกัส และติดตามวัตถุที่ต้องการถ่ายโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าวัตถุนั้นจะเคลื่อนที่เข้าหาหรือออกจากกล้อง หรือเคลื่อนไปทางด้านข้าง แม้ด้วยความเร็วสูงมาก จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับการบันทึกภาพกีฬา หรือภาพชีวิตสัตว์ตามธรรมชาติ และการถ่ายวัตถุที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และคาดเดาทิศทางไม่ได้ 

ล๊อคโฟกัส และติดตามต่อเนื่อง

Dual Pixel CMOS AF ยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Canon Face Detection และ Tracking Priority AF ในการจดจำและโฟกัสใบหน้าตลอดจนติดตาม อย่างต่อเนื่อง ให้คุณมั่นใจได้ว่าใบหน้าซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด จะถูกบันทึกไว้ได้อย่างชัดเจนเสมอ 

พลังภาพเหนือขีดจำกัด ลองชมความสามารถสุดล้ำของเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ได้จากคลิป ภาพยนตร์สั้นเรื่อง Handmade กำกับโดย Keiya Ando ซึ่งถ่ายทำด้วยกล้อง EOS 70D และเลนส์ EF จากแคนนอนทั้งหมด พร้อมคลิปเบื้องหลังการถ่ายทำทั้งสองเรื่อง ที่จะแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการใช้งานกล้อง EOS 70D ในการถ่ายทำ ปิดท้ายด้วยคลิปที่อธิบายถึงหลักการทำงาน ของเทคโนโลยีออโต้โฟกัสที่ยอดเยี่ยม นี้บนเซ็นเซอร์ CMOS ของแคนนอน

HANDMADE

ในคลิปภาพยนตร์สั้น Handmade คุณจะเห็นได้ถึงความแม่นยำและต่อเนื่อง ของการเปลี่ยนตำแหน่งโฟกัสไปยังวัตถุต่างๆ ตลอดจนความเป็นธรรมชาติ ของภาพที่ได้เสมือน การโฟกัสด้วยสายตามนุษย์ นอกจากนี้ ลองสังเกตสีขาวของชุดเชฟ และสีเบจของแป้งโดจ์ท ที่แทบไม่เห็นถึงความคอนทราสต์ของสี ซึ่งหากเป็นการออโต้โฟกัสด้วยระบบ Contrast AF ทั่วไปการสลับโฟกัสระหว่างสองสิ่งนี้ อาจทำได้ยาก แต่สำหรับ Dual Pixel CMOS AF ซึ่งใช้เทคโนโลยีการออโต้โฟกัสแบบ phase-difference ที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น สิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

THE MAKING OF "HANDMADE"

ช่างภาพ Nobuyuki Yanagibashi จะแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ในกล้อง EOS 70D ช่วยให้เขาสามารถถ่ายทอดมุมมอง ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ และเป็นศิลปะได้มากแค่ไหน

"HANDMADE" WITH SHOOTING INFORMATION

รับชมคลิปภาพยนตร์สั้น Handmade พร้อมข้อมูลรายละเอียด เลนส์ที่ใช้ในการถ่ายทำแต่ละ scene

THE GENIUS OF PIXEL BASED AF

มาชมกันว่าเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง Dual Pixel CMOS AF ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ของระบบออโต้โฟกัสแบบ phase
-difference บนเซ็นเซอร์รับภาพ CMOS ได้อย่างไร – ครั้งแรกในกล้อง EOS ! 





วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Sony Alpha a7S 12 ล้านพิกเซล


Sony Alpha a7S

กล้องดิจิตอลแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ชนิดเซนเซอร์ 35 มม. ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ความไวแสงถึง 409600 น้ำหรัก 489 กรัม

วางจำหน่ายเมื่อ เมษายน 2557

สำหรับราคาเปิดตัวอยู่ที่ ราคาประมาณ 79,990 บาท

วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2557

OLYMPUS STYLUS 1




สุดยอดกล้องดิจิตอล flagship model ในตระกูล STYLUS ความสามารถเทียบเท่ากล้อง DSLR ขนาดกะทัดรัด เลนส์ประสิทธิภาพสูง กำลังขยายสูง รูรับแสงคงที่ f2.8

 

 

บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด แนะ นำ Olympus STYLUS 1 กล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีกำหนดจะวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2556 โดดเด่นด้วยเลนส์ i.ZUIKO DIGITAL ประสิทธิภาพสูง มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้าง รูรับแสงคงที่ f2.8 ออพติคัลซูม 10.7 เท่า (28-300 มม.1) มอบภาพที่มีคุณภาพสูงระดับกล้อง DSLR ครบทุกฟังค์ชั่นในบอดี้ที่เพรียวบาง 

ราคาและวันเปิดตัว

ประเภท
ชื่อผลิตภัณฑ์
ราคา
วันที่วางจำหน่าย
กล้องดิจิตอลคอมแพ็ค
OLYMPUS STYLUS 1
(สีดำ)
24,990  บาท
(แถม SD Card 4 GB)
พฤศจิกายน 2556

คุณสมบัติหลัก
 
1. เลนส์ i.ZUIKO DIGITAL รูรับแสงคงที่ f2.8 ออพติคัลซูม 10.7 เท่า  (28-300 มม.1) รูปทรงเพรียว บาง กะทัดรัด
2. ช่องมองภาพอิเล็คทรอนิคส์ (EVF) ขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดและคุณภาพสูงซึ่งติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง ผู้ใช้สามารถตรวจเช็คภาพได้ในสภาพหลากหลาย 
3. สไตล์การถ่ายภาพที่เพิ่มความสามารถในการทำงาน และมีเสถียรภาพซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นที่มีอยู่ในกล้องตระกูล OM-D ดีไซน์เพรียวบาง ขนาดกะทัดรัด 
4. ผู้ใช้สนุกกับการถ่ายภาพได้มากขึ้น ด้วยการควบคุมคุณลักษณะทั้งหมด และการปรับแต่งตามความเหมาะสม
5. WiFi2 ในตัว สามารถแชร์ภาพและสั่งการถ่ายภาพได้ด้วยระบบไร้สาย

*1 เทียบเท่ากับกล้องฟิล์ม 35 มม.
*2  Wi-Fi เป็นตราสินค้าที่จดทะเบียนของ Wi-Fi Alliance  
     ในปัจจุบันตลาดกล้องดิจิตอลขนาดพกพาอยู่ในสภาวะถดถอย อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว กล้องรุ่นที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กล้องที่มีเซนเซอร์ภาพขนาดใหญ่ เลนส์ที่ให้ความสว่างสูง คุณภาพของภาพและประสิทธิภาพสูงระดับพรีเมี่ยม รวมถึงรุ่นที่มีกำลังขยายสูง ครอบคลุมสภาพการถ่ายภาพที่หลากหลาย
    นับตั้งแต่เปิดตัวกล้องดิจิตอลรุ่น XZ-1 เมื่อเดือนมกราคม ปี 2554 โอลิมปัสได้วางจำหน่าย STYLUS XZ-2 และ STYLUS XZ-10 โดยใช้เลนส์ i.ZUIKO DIGTAL ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพดีเยี่ยม มีความสว่างแม้ถ่ายภาพระยะไกล ส่งผลให้โอลิมปัสขึ้นแท่นผู้นำในตลาดกล้องดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ กล้อง all-in-one ที่รองรับหลากหลายซีนและมีเลนส์ซูมทรงพลังนั้นก็ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็น กล้องยอดนิยมในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัว ใช้ถ่ายตอนช่วงวันหยุด หรือถ่ายรูปเด็กๆ ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีความยากลำบากในการออกแบบกล้องที่มีเลนส์ซูมได้มากๆ ให้มีขนาด คุณภาพของภาพ และความสว่างคมชัดในทุกๆ ความยาวโฟกัสได้อย่างลงตัว
   OLYMPUS STYLUS 1 รุ่นล่าสุดนี้ มาพร้อมกับ i.ZUIKO DIGITAL เลนส์ทรงพลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ขนาดกะทัดรัด ให้ภาพคุณภาพดีเยี่ยม มีความสว่างคมชัดในทุกๆ ระยะ ซึ่งกล้องที่มีเลนส์ซูมได้มากๆ นั้นมักจะมีปัญหาถ่ายภาพในระยะไกลๆ  ในที่มืดไม่ชัด ซึ่งวิวัฒนาการล่าสุดของเลนส์รุ่นนี้จะช่วยแก้ปัญหาภาพเบลอได้โดยที่ไม่ลด คุณภาพของภาพ ส่งผลให้ STYLUS 1 เป็น flagship model ของตระกูล STYLUS มีจุดเด่นด้านคุณภาพของภาพที่ดีเยี่ยมและซูมได้มาก ผสมผสานเลนส์ i.ZUIKO DIGITAL และสไตล์การถ่ายรูปของสุดยอดกล้องในตระกูล OM-D (กล้อง Mirrorless ชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้) เข้าไว้ด้วยกัน OLYMPUS STYLUS 1 มีตัวเครื่องเพรียวบาง ขนาดกะทัดรัด แต่อัดแน่นด้วยสเปคที่ดีเยี่ยม รวมทุกเอาทุกฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในกล้อง DSLR ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า หนักกว่า และแพงกว่า เข้าไว้ด้วยกัน
     เลนส์ i.ZUIKO DIGITAL ของ STYLUS 1 ครอบคลุมความยาวโฟกัสระยะ 28 – 300 มม. ซูม 10.7 เท่า (เมื่อเทียบกับกล้องฟิล์ม 35 มม.)  รูรับแสงคงที่ f2.8 ให้ความสว่างแม้ในที่แสงน้อย ให้ความสว่างในทุกๆ ระยะความยาวโฟกัส มอบภาพที่มีคุณภาพดีเยี่ยม มีเอฟเฟคฉากหลักพร่ามัวทั้งในการถ่ายภาพมาโครจนถึงระยะไกลมากๆ มีประสิทธิภาพที่แตกต่างจากกล้องคอมแพ็คทั่วไป นอกจากนี้ความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกล้องซูมได้มากๆ นั้นได้ถูกแก้ไขเกือบจะสมบูรณ์แบบในทุกๆ ความยาวโฟกัส
     ด้วยช่องมองภาพอิเลคทรอนิคส์ (EVF) แบบ Built in ที่สามารถขยายภาพได้มากที่สุดในประเภทกล้องคอมแพ็ค แต่คุณภาพเทียบเท่าได้กับในกล้องตระกูล OM-D ซึ่งเป็นกล้อง Mirrorless ชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถดูภาพได้แบบ  real time  และให้ความสำคัญกับทุกๆ รายละเอียด มีระบบควบคุมการสั่นรวมทั้งมีความโดดเด่นด้านดีไซน์ในทุกๆ รายละเอียดของบอดี้ที่เพรียวบาง และมีฟังก์ชั่นการทำงาน ต่างๆ ครบถ้วน ช่วยให้สนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น ติดตั้ง Wi-Fi มากับตัวกล้อง ใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่น Olympus Image Share (Ol.Share) สามารถแชร์ภาพประทับใจได้ทันที  และมีเสียงชัตเตอร์ที่เบามากจึงมอบประสบการณ์ที่ดีในสถานการณ์การถ่ายรูปที่ ต้องการความเงียบ
     เรายังให้ความสำคัญกับเรื่องของการควบคุมการทำงานของ STYLUS 1 นอกจากจะใช้ Hybrid Control Ring ที่ทำให้กล้อง SYLUS XZ-2 ได้รับความนิยมไปแล้วนั้น ยังสามารถปรับระยะซูม และปรับปุ่มต่างๆ ได้เอง เพื่อให้ผู้ใช้ไม่พลาดโอกาสในการถ่ายรูป และยังได้รูปที่สมจริงเสมือนใช้กล้อง DSLR เลยทีเดียว
     STYLUS 1 เป็น flagship model ในตระกูล STYLUS รวบรวมคุณภาพระดับกล้อง DSLR ทั้งด้านคุณภาพของภาพ กำลังขยายสูง ฟังก์ชั่นการทำงานที่เหนือกว่า และการถ่ายภาพมุมกว้างที่รวมเข้าไว้ในบอดี้ที่กะทัดรัดเพื่อมอบประสบการณ์ การถ่ายรูปที่แท้จริง สร้างความสนุกให้กับทุกคนตั้งแต่ผู้ใช้ระดับเริ่มต้นจนถึงมืออาชีพ

รายละเอียดของคุณสมบัติหลัก 1. เลนส์ i.ZUIKO DIGITAL รูรับแสงคงที่ f2.8 ออพติคัลซูม 10.7 เท่า  (28-300 มม.1) รูปทรงเพรียวบาง กะทัดรัด
1) รูรับแสงคงที่ f2.8 เลนส์ซูมทรงพลังเหมาะสำหรับคนที่ชอบสร้างสรรค์การถ่ายภาพ ด้วยเลนส์ซูม 10.7 เท่านี้ช่วยเพิ่มค่าการรับแสง f2.8 ให้เพิ่มสูงสุดทำให้ภาพมีความสว่างในทุกความยาวโฟกัส และครอบคลุมขนาด 28 – 300 มม. (เมื่อเทียบกับกล้องฟิล์ม 35 มม.)  โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปที่ใช้เอฟเฟคฉากหลังพร่ามัวจะสวยยิ่งขึ้นเมื่อใช้ f2.8 ขนาด 300 มม. เทียบเท่ากับการตั้งค่าถ่ายระยะไกล เปลี่ยนกล้องคอมแพ็คแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นกล้องที่มีสมรรถนะเพิ่มขึ้น สามารถถ่ายรูปวัตถุที่เหมือนกับว่าลอยอยู่ได้ นอกจากนี้ ด้วยเลนส์ที่ให้ความสว่างมากยังช่วยให้สามารถถ่ายรูปโดยใช้ความเร็ว ISO ต่ำ ซึ่งทำให้ได้รูปที่มีคุณภาพมากกว่า
ค่ารูรับแสงคงที่ f2.8 แม้ในขณะที่ทำการซูม ทำให้ควบคุมค่าการเปิดรับแสงในโหมด  Aperture priority (A) ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความเร็วของชัตเตอร์ได้ทำให้ถ่ายรูปได้คมชัด ไม่เบลอแม้ในที่ที่มีแสงน้อยก็ตาม ด้วยแสงสว่างที่มีทั่วถึงทุกความยาวโฟกัส และรูรับแสงคงที่ขนาดใหญ่ของเลนส์ซูมนี้ ทำให้เกิดผลงานชิ้นโบว์แดง ตอบโจทย์ทุกความต้องการสูงสุดของช่างภาพมืออาชีพ

2) เลนส์ได้รับการออกแบบและการเคลือบที่เหมาะกับสายตาเพื่อให้ได้ภาพที่มี คุณภาพดีเยี่ยม STYLUS 1 ใช้เลนส์ i.ZUIKO DIGITAL ซึ่งพัฒนาจากเลนส์ในซีรี่ส์ DSLR interchangeable ZUIKO DIGITAL มีความคมชัด ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยให้ภาพมีความละเอียดสมจริงตั้งแต่กลางภาพไปจนถึงขอบภาพ เทคโนโลยีของโอลิมปัสได้พัฒนาเลนส์ DSLR interchangeable นำมาใช้อย่างอิสระในการสร้างเลนส์ DSA (DUAL Super Aspherical) เป็นเลนส์ที่มีการหักเหของแสงสูง สำหรับใช้เป็นองค์ประกอบของเลนส์ในกลุ่ม aspherical เลนส์แบบ aspherical รวมทั้งหมด 8 ชิ้นถูกนำมาใช้ใน 12 องค์ประกอบ ใน 10 โครงสร้างของกลุ่มเลนส์ ซึ่งโครงสร้างนี้ไม่ได้มีประสิทธิภาพเฉพาะการลดความผิดปกติทุกรูปแบบใน ทุกระยะซูม แต่ยังทำให้ลำกล้องของเลนส์ถูกจัดเก็บลึกลงไปภายในบอดี้ของกล้องเมื่อหด เลนส์ซูมลงไป นอกจากนี้ยังได้เคลือบ Olympus-original ZERO (Zuiko Extra-low Reflection Optical) ไว้บนผิวเลนส์ เพื่อขจัดภาพหลอนหรือแสง flare ด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้มั่นใจได้ว่าได้ภาพคมชัด เก็บทุกรายละเอียดได้เป็นอย่างดีแม้ในแสง backlit หรือสภาพการถ่ายที่ไม่เป็นไปอย่างที่ตั้งใจ 

3) ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพมาโครที่มีประสิทธิภาพ
การตั้งค่าที่ความยาวโฟกัส 300 มม. สำหรับการถ่ายภาพระยะไกล สามารถถ่ายวัตถุซึ่งมีระยะห่างจากเลนส์ขั้นต่ำ 80 ซม. และยังใช้เอฟเฟคฉากหลังพร่ามัวในการถ่ายภาพมาโคร และระยะไกลได้ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวัตถุที่มีระยะใกล้มาก ห่างจากเลนส์เพียงแค่ 5 ซม. ได้ด้วยฟังก์ชั่น Super Macro 

4) ระบบกันสั่นภาพ
STYLUS 1 ใช้ระบบ Lens shift-type image ส่งผลให้กล้องคอมแพ็คมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ในเรื่องลดการสั่นของภาพที่มักจะเกิดขึ้นเวลาถ่ายภาพระยะไกล หรือถ่ายในสถานที่มืดๆ

5) ฝาปิดเลนส์อัตโนมัติ
ฝาปิดเลนส์จะถูกเปิดออกอัตโนมัติเมื่อเปิดกล้อง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ และมั่นใจได้ว่าสามารถเก็บภาพได้ตลอดเวลา
 
2.ช่องมองภาพอิเล็คทรอนิคส์ (EVF) ขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดและคุณภาพสูงซึ่งติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง ผู้ใช้สามารถตรวจเช็คภาพได้ในสภาพหลากหลาย 
1) ประสิทธิภาพเหนือกว่ากล้อง DSLR ระดับเริ่มต้น
STYLUS 1 มีระบบ built-in ช่องมองภาพอิเลคทรอนิคส์ (EVF) ซึ่งโดยปกติจะพบในกล้อง   OM-D E-M5 ซึ่งเป็นกล้อง Mirrorless ชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้ เท่านั้น หน้าจอ LCD ความละเอียด 1.44 ล้านจุดให้ภาพที่สวยงามคมชัด เมื่อเทียบกับกล้องคอมแพ็ครุ่นก่อนหน้านี้ หรือกล้องบันทึกภาพวิดีโอที่ใช้ในบ้าน และมีประสิทธิภาพเหนือกว่ากล้อง DSLR ระดับเริ่มต้น มี field coverage เต็ม 100% ให้ภาพที่คมชัดตั้งแต่กลางภาพถึงขอบภาพ ผู้ใช้สามารถเช็คแสง สี และโฟกัสของภาพได้ ก่อนที่จะถ่าย 

2) ฟังก์ชั่นเซ็นเซอร์ดวงตา และการตอบสนองรวดเร็ว
ถ่ายรูปผ่านช่องมองภาพได้อย่างรวดเร็วต่อเนื่องโดยไม่ต้องละสายตาจากช่องมอง ภาพ เป็นผลจากการตอบสนองที่รวดเร็ว  มี display time lag สั้น และด้วยฟังก์ชั่นเซ็นเซอร์ดวงตา ทำให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้นเพียงมองเข้าไปที่ช่องมองภาพระบบจะเปลี่ยนจากจอ มอนิเตอร์หลังเป็นช่องมองภาพอย่างอัตโนมัติ ทั้งนี้ ระบบเซ็นเซอร์ดวงตาจะปิดอัตโนมัติเมื่อปรับจอมอนิเตอร์หลังเอียง หรือเปลี่ยนเป็นเมนูดูภาพย้อนหลังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการทำ งานและพัฒนาความสามารถในการใช้งาน

3) เทคโนโลยีปรับแต่งความสว่าง
คุณสมบัตินี้จะเพิ่มความสว่างด้านหลังเมื่อถ่ายภาพกลางแจ้งที่มีแสงสว่าง และลดความสว่างเมื่อถ่ายภาพในที่ร่ม ลดความผิดพลาดจากการปรับแสงและความมืดของดวงตา ความสว่างของแสงจะถูกปรับโดยอัตโนมัติเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงจากแสง รอบข้าง เพื่อที่จะรักษาความระดับความสว่างที่เหมาะสม และสร้างภาพที่ได้ให้ใกล้เคียงกับช่องมองภาพแบบ OVF

4) ฟังก์ชั่นการวัดระดับความเอียงอิเล็คทรอนิคส์ และแสง highlight & shadow
เป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์ในการตรวจเช็คระดับความเอียงแบบเล็คทรอนิคส์ ได้ในขณะที่มองวัตถุได้เลย (แสดงภาพก่อนหน้าและภาพ 3 มิติ) ในขณะเดียวกันก็แสดงแสง highlight & shadow ของภาพ เพื่อดูการบิดเบี้ยวและค่าของแสงภาพได้อย่างเหมาะสม ซึ่งฟังค์ชั่นนี้ไม่มีในช่องมองภาพแบบ ออพติคัล
 
3.เพิ่มความสามารถในการทำงาน และเสถียรภาพซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นของกล้องตระกูล OM-D ในดีไซน์เพรียวบาง ขนาดกะทัดรัด
STYLUS 1 เป็น flagship ของแบรนด์ STYLUS ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งทางด้านดีไซน์และฟังก์ชั่น โดยให้ความสำคัญกับทุกๆ รายละเอียด มีระบบควบคุมการสั่น มีเสถียรภาพที่ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้มาจากตระกูล OM-D ใช้งานง่ายเช่นเดียวกับซับโมเดลของกล้อง DSLR

กริ๊ปจับที่มั่นคงสูง แม้ในขณะที่ถ่ายภาพระยะไกลเทียบเท่า 300 มม.1 ช่วยให้ผู้ใช้ถือได้อย่างมั่นคงเป็นเวลานานๆ โดยไม่เมื่อย แผงควบคุมทั้งหมดอยู่ทางด้านขวา รวมถึงคันโยกซูม และแหวนควบคุมไฮบริด จึงมีความมั่นคงเหมือนกับถ่ายด้วยกล้อง DSLR สามารถถ่ายได้ในขณะที่มองผ่านช่องมองภาพอิเล็คทรอนิคส์  

ตัวเครื่องในดีไซน์ที่เพรียวบาง กะทัดรัด ประสบความสำเร็จในการใช้ปริซึ่มห้าเหลี่ยมถ่ายภาพย้อนแสงในลักษณะซิลลูเอท รวมถึงช่องมองภาพ และ built-in แฟลช  หากเทียบกับการใช้กล้อง DSLR หรือกล้อง Mirrorless แบบเปลี่ยนเลนส์ได้ร่วมกับเลนส์ที่มีความยาวโฟกัส 28 – 300 มม. จะพบว่ากล้องมีขนาดใหญ่และหนักมากกว่า STYLUS 1 ที่มาในบอดี้ขนาดเพรียวบาง กะทัดรัดแต่ยังคงมีคุณสมบัติอันโดดเด่นไว้อย่างครบถ้วน กล้องตัวนี้สามารถใส่ไว้ในกระเป๋าถือไปได้ทุกที่ ให้ผู้ใช้สนุกกับการถ่ายรูปที่การทำงานในระดับซับโมเดล DSLR เป็นกล้องที่มีสีดำพรีเมี่ยม 
4. ผู้ใช้สนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น ด้วยการควบคุมคุณลักษณะทั้งหมด และการปรับแต่งตามความเหมาะสม
STYLUS 1 มีระบบการควบคุมที่สะดวกสบายในขณะเดียวกันก็สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ได้ตามความชอบของผู้ใช้ โดยใช้สัญชาตญานในการถ่ายให้ได้ภาพตรงตามกับที่คิดไว้ทุกอย่าง 
1) วงแหวนควบคุมแบบไฮบริด
วงแหวนควบคุมแบบไฮบริดเป็นฟังก์ชั่นที่ติดตั้งไว้ในกล้อง STYLUS XZ-2 ซึ่งได้รับความนิยมมาก เพราะสามารถกำหนดฟังก์ชั่นที่ใช้งานบ่อยๆ ไว้ที่แหวนควบคุมแบบไฮบริด การตั้งค่าต่างๆ เช่น ค่ารูรับแสง หรือการชดเชยแสง สามารถปรับได้อย่างรวดเร็วด้วยการบิดวงแหวน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้อย่างที่ต้องการไม่พลาดทุกโอกาสในการถ่ายภาพ คันโยกควบคุมติดตั้งอยู่ข้างเลนส์ มีการควบคุม 2 แบบ (อนาล็อกและดิจิตอล) สามารถสลับปลี่ยนได้ในทันที 

2) ระบบ Subdial
ด้วยระบบ Subdial ผู้ใช้สามารถควบคุมได้ด้วยนิ้วโป้งมือขวา ซึ่งได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกในกล้องดิจิตอลคอมแพ็คของโอลิมปัส คุณสมบัตินี้ช่วยให้ผู้ใช้จับกล้องด้วยมือขวาและสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าที่ ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วได้โดยใช้การเคลื่อนไหวเล็กน้อยเท่านั้น โดยทำงานร่วมกับแหวนควบคุม ซึ่งการตั้งค่ามากมายนั้นสามารถเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว

3) สามารถเลือกใช้คันโยกซูมได้ 2 ที่
โดยทั่วไปแล้วกล้องดิจิตอลคอมแพ็คจะมีคันโยกซูมอยู่ที่ด้านบนของกล้อง สำหรับ STYLUS 1 ได้เพิ่มคันโยกซูมไว้ที่ฝั่งซ้ายของเลนส์ด้วย นวัตกรรมนี้ทำให้กล้องสามารถรองรับการใช้งานด้วยมือซ้ายในการปรับซูมเช่น เดียวกับการทำงานของ DSLR ช่วยให้ผู้ใช้ให้ความสนใจกับการใช้นิ้วชี้มือขวากดชัตเตอร์ จึงไม่พลาดโอกาสในการถ่ายรูปในขณะที่คันโยกซูมฝั่งซ้ายของเลนส์สามารถใช้ใน การปรับระยะซูมได้ช้าๆ ในระหว่างที่จัดองค์ประกอบของรูป

4) อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการปรับแต่งมากมาย
ผู้ใช้สามารถกำหนดให้ฟังก์ชั่นที่ใช้งานบ่อยๆ อยู่ที่ปุ่ม Fn1 และปุ่มมูฟวี่ เพื่อให้ทำงานได้เร็ว ในแต่ละครั้งที่กดปุ่ม Fn2 จะสามารถตั้งฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ และเมื่อฟังก์ชั่นนั้นถูกใช้งานจะสามารถตั้งค่าไว้ที่แหวนควบคุมแบบไฮบริด หรือ ระบบ Sub-dial ที่ถูกใช้ สามารถกำหนด 2 โหมดที่แตกต่างได้เองโดยไปที่โหมด dial และสามารถตั้งค่าการใช้งานที่ชื่นชอบไว้ล่วงหน้าได้ง่ายๆ เพียงหมุนหน้าปัดเท่านั้น 
5. WiFi2 ในตัว สามารถแชร์ภาพและสั่งการถ่ายภาพได้ด้วยระบบไร้สาย
STYLUS 1 มาพร้อมกับ Wi-Fi ที่ติดตั้งมาในตัวเครื่อง โดยใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่น OLYMPUS Image Share (OI.Share)*3  ทำให้ส่งภาพไปยังสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดายเพียงกดไอคอน Wi-Fi เท่านั้น และด้วยระบบการสั่งงานรีโมทคอนโทรล OI. Share โดยสามารถดูภาพ Live View ได้จากสมาร์ทโฟน และสามารถสั่งให้ถ่ายรูปได้แบบไร้สายในโหมด P, A, S, M และ iAUTO นอกจากนี้ยังสั่งให้ซูมได้ด้วย เพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ผู้ใช้สามารถสัมผัสหน้าจอ Live View บนสมาร์ทโฟนเพื่อกำหนดจุดโฟกัส และกดชัตเตอร์ได้เช่นเดียวกับการควบคุมจากตัวกล้อง อีกทั้งยังผู้ใช้สามารถโอนย้ายพิกัด GPS ที่แม่นยำสูงไปยังกล้องได้อย่างง่ายดายได้โดยใช้แอพลิเคชั่น OI.Share เพื่อระบุตำแหน่งของสถานที่ ที่ถ่ายภาพบันทึกลงไปพร้อมกับภาพถ่ายได้

คุณสมบัติอื่นๆ เทคโนโลยี iHS 
iHS ย่อมาจาก “intelligence",  " high-speed" และ " high-sensitivity" พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ CMOS ให้ความสว่างจากด้านหลังที่ความละเอียด  12.0 ล้านพิกเซล4 และระบบประมวลผลภาพ TruePic ที่มีอยู่ในกล้อง OLYMPUS PEN ก็ได้ถูกติดตั้งมากับกล้องกล้องรุ่นนี้เช่นกัน  ซึ่งกล้องจะให้ความไวสูง เสียงรบกวนต่ำ และความเร็ว AF สูง แม้จะอยู่ในฉาก backlit หรือฉากกลางคืน กล้องสามารถจับภาพได้อย่างสวยงามดั่งที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า นอกจากนี้ STYLUS 1 ได้รับระบบ FAST AF มาจากซีรี่ส์ OLYMPUS PEN พร้อมด้วยฟังก์ชั่น Touch AF Shutter ช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายรูปได้อย่างที่ต้องการง่ายๆ เพียงสัมผัสที่หน้าจอ โดยไม่ต้องคำนึงถึงตำแหน่งของวัตถุที่จะถ่าย 

ฟังก์ชั่น PHOTO STORY
    STYLUS 1 มีฟังก์ชั่น PHOTO STORY เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่รับความนิยมจาก  STYLUS XZ-10 สนุกยิ่งขึ้นด้วยการถ่ายและเลือกภาพต่างๆ ผ่านหลากหลายมุมมองกล้อง เพียงสมผัสหน้าจอ Live View มีให้เลือก 2 ธีม คือ Standard  มีตัวเลือกที่หลากหลาย ได้แก่ รูปแบบ เอฟเฟค อัตราส่วนภาพ และเลขที่ของภาพ และ FUN Frames มีให้เลือก 3 สไตล์ ด้วยฟีเจอร์นี้ทำให้ทุกๆ วันกลายเป็นวันที่น่าจดจำด้วยการแต่งภาพที่แตกต่างกันของแต่ละคน

Art Filters
    ด้วย Art Filters 11 รูปแบบ และ Art Effects 5 รูปแบบ5 ช่วยจุดประกายจินตนาการให้ผู้ใช้สร้างสรรค์ภาพถ่ายที่มีความโดดเด่นสมดั่ง ที่จินตนาการไว้  Art Filters ออกแบบมาสำหรับภาพนิ่ง แต่ก็สามารถนำไปใช้กับภาพวิดีโอ แบบ FULL HD movie เพื่อให้เพิ่มอิสระในการแสดงความรู้สึกและสนุกสนานยิ่งขึ้น Art Filters Bracketing ช่วยให้ผู้ใช้ที่ตัดสินใจไม่ได้ว่า จะใช้ฟิลเตอร์ไหนดี โดยจะใส่หลายๆ Art Filters ลงไปโดยอัตโนมัติ และแสดงภาพให้ดูเป็นสไลด์โชว์  ด้วยคุณสมบัตินี้จะเปลี่ยนภาพธรรมดาให้เป็นเสมือนกล้อง Kaleidoscope เพิ่มความสนุก และค้นพบมุมมองใหม่ๆ ได้ทุกวัน ผ่านฟิลเตอร์ที่คาดไม่ถึง ทั้งนี้ Art Filter Bracketing สามารถใช้กับภาพที่เป็น RAW ไฟล์ได้ด้วย

Digital Tele-converter
เพียงสัมผัสหน้าจอส่วนที่ต้องการจะซูมในขณะที่ถ่ายวิดีโอ สามารถซูมได้ 2 เท่า (600 มม.3) โดยยังคงรักษาคุณภาพของภาพได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้การถ่ายวิดีโอสนุกยิ่งกว่าที่เคยด้วยความสามารถในการบันทึกบรรยากาศโดย รวมของการแสดงที่โรงเรียน หรือเกมส์กีฬาได้ในขณะเดียวกันก็สามารถซูมเข้าไปดูสีหน้าของเด็กๆ ได้ด้วย  
  • iAUTO รุ่นใหม่ที่สามารถจับการตั้งค่าภาพต่างๆ ได้อัตโนมัติ
  • การตั้งค่าโหมด High-sensitivity โดยใช้ ISO 12800 ช่วยลดความเบลอของภาพและยังรักษาคุณภาพที่ดีเยี่ยมของภาพ
  • มี ND ฟิลเตอร์ในตัวใช้ควบคุมการเปิดรับแสงใน 3 ระดับ เพื่อให้ถ่ายภาพฉากหลังมัวได้อย่างสวยงามแม้ในสถานที่ ที่มีแสงจ้า
  • ฟังก์ชั่น Bulb ช่วยให้มีเวลาในการภ่ายภาพนานถึง 30 นาที
  • ฟังก์ชั่น Custom Self มอบฟังก์ชั่นที่หลากหลายในการปรับแต่งภาพ เช่น จำนวนของภาพที่ถ่าย การตั้งเวลาถ่ายด้วยตัวเอง และการถ่ายภาพเป็นช่วงๆ 
  • ติดตั้งหน้าจอแบบพับปรับระดับได้ ขนาด 3.0 นิ้ว และความละเอียด 1.04 ล้านจุด  
  • ฟังก์ชั่น Zoom Framing Assist ช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายภาพวัตถุที่หายไประหว่างการถ่ายระยะไกลได้ใหม่ โดยลดระดับการซูมลงครึ่งหนึ่ง ด้วยการกดปุ่มเดียว ดังนั้นจะสามารถพบภาพที่หายไปได้อีกครั้ง 
  • มีแฟลชในตัว
  • โหมด i-Enhance มีอยู่ใน STYLUS 1 นับเป็นครั้งแรกของกล้องคอมแพ็คที่มีโหมดนี้  ช่วยให้ตรวจจับวัตถุได้โดยอัตโนมัติ และคัดลอกภาพที่มีสี และ contrast ได้อย่างเหมาะสมที่สุด 
  • รองรับเมมโมรี่การ์ด แบบ SD, SDHC, SDXC, UHS-I compatible และ Eye-Fi การ์ด
*3 รองรับการทำงานร่วมกับระบบปฎิบัติการ iOS และ Android
*4 พิกเซลที่มีประสิทธิภาพ
*5 Art Effects และเฟรมต่างๆ จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ Art Filter แต่ละประเภท

 
ชื่อผลิตภัณฑ์
ราคา
วันที่วางจำหน่าย
CSCH-118 เคสหนังสำหรับกล้อง STYLUS 1
4,490 บาท
พฤศจิกายน 2556
CLA-13 Converter Adapter สำหรับ STYLUS 1
1,890 บาท
พฤศจิกายน 2556

CSCH-118 เคสหนังสำหรับกล้อง STYLUS 1

เคสหนังที่มีความทนทานเหมาะสำหรับกล้อง snapshot ช่วยปกป้องตัวกล้องจากรอยขีดข่วน และฝุ่น เคสแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ แจ๊คเก็ตคลุมตัวกล้องและฝาครอบ โดยแจ๊คเก็ตสามารถใช้แยกเดี่ยวๆ ได้ และสามารถใช้กับขาตั้งกล้องได้แม้ว่าจะสวมแจ๊คเก็ตอยู่  ส่วนฝาครอบสามารถเปิดและปิดได้ เมื่อใช้งานร่วมกับสายคล้องคอหนังแท้ อเนกประสงค์ (CSS-S109LL II)  สายคล้องมือหนังแท้  (CSS-S110LS) และแจ็คเก็ตคลุม กล้องจะดูสวยงามมีสไตล์ และใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น 


CSCH-118 เคสหนังสำหรับกล้อง STYLUS 1 CSS-S109LL II สายคล้องคอหนังแท้
CSS-S110LS แจ็คเก็ตหนังคลุมกล้อง CLA-13 Converter Adapter สำหรับ STYLUS 1  

Tele-converter lens, TCON-17X

การใช้อุปกรณ์คอนเวิร์ทเตอร์ อแดปเตอร์ และ เลนส์ tele-converter จะช่วยเพิ่มกำลังในการซูมของ STYLUS 1 ได้ดียิ่งขึ้น เป็นอุปกรณ์เสริมที่ทำหน้าที่เพิ่มระดับการซูม มีความยาวโฟกัสถึง 510 มม. แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความสว่างได้อย่างดีด้วยรูรับแสงคงที่ f2.8 ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับการถ่ายภาพระยะใกล้ในสถานที่ที่มีแสงน้อย และการถ่ายภาพฉากหลังพร่ามัวและเน้นให้วัตถุเด่นชั้นมากขึ้น


CLA-13 Converter Adapter        สำหรับ STYLUS 1 STYLUS 1 เมื่อใส่ CLA-13 และ TCON-17X เข้าไว้ด้วยกัน
Eye Cup, EP-11
อุปกรณ์เสริมช่วยกันแสงภายนอก เช่น แสงอาทิตย์ ช่วยให้มองช่องมองภาพได้ง่ายขึ้น ใช้วัสดุที่เป็นยางยืด eye cup ที่สวมใส่ได้พอดีกับทุกคน ไม่ว่าจะใส่แว่นหรือไม่ รองรับการมองเห็นของดวงตา และ มือทั้ง 2 ข้างก็ถ่ายรูปได้สะดวกขึ้น ช่วยให้ภาพมีความคมชัด ไม่สั่น ไม่เบลอ
Eye Cup EP-11 ที่ติดตั้งบนกล้อง STYLUS 1

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ :
บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด
โทรศัพท์:  (0) 2787 8200  โทรสาร:  (0)2787 8108