วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ระยะชัดลึกและชัดตื้น คืออะไร (Depth of Field)
เพื่อเป็นการเข้าใจ ง่ายๆ เราจะสังเกตุได้จาก ถ้าฉากหน้าและฉากหลังเบลอส่วนมากเราเรียกว่า ชัดตื้น ( มักเป็นเลนส์ที่มีช่วงความยาวสูงๆ และ รูรับแสงที่กว้าง (F 2.8 ลงไป ), ส่วนชัดลึกมักเป็นภาพที่มีความชัดฉากหลังมากๆ มันเป็นพวกเลนส์ wide หรือใช้ รูรับแสงที่แคบ ( F 16 – 32 )
การควบคุมความระยะชัดลึกและชัดตื้น มีอยู่ 3 วิธี
A. ควบคุมรูรับแสง หรือ f stop number
B. ความยาวโฟกัส โฟกัส เลนส์เทเลโฟโต้จะให้ภาพที่มีระยะชัดลึกน้อยกว่าเลนส์มุมกว้าง ยิ่งทางยาวโฟกัสเพิ่มขึ้นเท่าไร ระยะชัดลึกก็จะน้อยลง
C.ระยะการโฟกัส คือ ยิ่งเข้าตัวแบบมากเท่าไหร่ ภาพก็จะมีระยะชัดลึกน้อยลงเท่านั้น
วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
Landscape คืออะไร
Landscape คือ การถ่ายภาพแนววิวทิวทัศน์ ผู้ที่ชอบถ่ายแนว landscape นั้นต้องอาศัยการศึกษาข้อมูล การรอเวลา และต้องเสียพละกำลังเป็นจำนวนมาก บางคนมักพูดว่า การถ่าย landscape นั้นต้องใช้เลนส์ wide (เลนส์มุมกว้าง ) แต่จริงๆแล้วเลนส์ซูมก็สามารถถ่ายในแนว landscape ได้เหมือนกัน เช่น ทะเลหมอก พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น/ตก ทำให้ภาพดูเด่นและ ชัดเจนยิ่งขึ้น แล้ว การซูมเข้าไปยังวัตถุนั้นทำให้ภาพวิวแปลกตาขึ้นอีกด้วย การถ่ายภาพแนว landscape (แนวทิวทัศน์) นั้นควรมีฉากหน้าและฉากหลัง เพื่อให้แสดงระยะของมิติภาพ บางครั้งเราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาฉากหน้าหรือฉากหลังให้เด่นกว่ากัน อาจใช้ฉากหน้าเป็นเฟรมของภาพ หรือให้ฉากหน้าเป็นเส้นนำสายตาไปยังจุดของฉากหลัง เราสามารถนำเส้นนำสายตาเช่นแนวเส้นถนน ช่องหิน สายน้ำ แนวหิน เส้นขอบสะพาน เป็นตัน
การถ่าย การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ( landscape ) ต้องเตรียมตัวและปรับตั้งค่าอะไรบ้าง
A) ขาตั้งกล้อง เพราะบางช่วงเวลาอาจมีแสงน้อยเช่นถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น / ตก เวลาถ่ายรถวิ่งในยามค่ำคืน การใช้รูรับแสงแคบ เช่น F 16 ขึ้นไปแฉกที่เกิดจากการสะท้อนแสงจะเป็นเส้นๆดูสวยงาม
B) ปรับการตั้งค่าไปที่หมวด M และปรับ ISO ที่น้อยที่สุด
C) ปรับแต่ง WB เพื่อภาพที่ดูแตกต่าง
D) มักนิยมปรับค่ารูรับแสงอยู่ที่ F16 ขึ้นไปในการถ่าย landscape
E) ถ่ายด้วยไฟล์ Raw เราสามารถปรับเปลี่ยนค่าแสงได้ทีหลัง ( มักมีในกล้องดิจิตอลราคาแพง )
วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557
อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับกล้องถ่ายรูป
นอกจากส่วนประกอบที่สำคัญ ๆ
อันเป็นพื้นฐานของกล้องถ่ายรูปแล้วอาจต้องการใช้อุปกรณ์ อื่น ๆ ประกอบเพื่อให้
การถ่ายรูปมีคุณภาพยิ่ง อุปกรณ์ต่าง ๆ มีดังนี้ คือ
7. กระเป๋ากล้อง ( Case) เป็นอุปกรณ์ที่ควรจะสวมใส่กล้องไว้ตลอดเพราะป้องกันการขูดขีดของตัวกล้อง และเลนส์เป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้นป้องกันการ กระทบกระเทืยนได้อีกด้วยกระเป๋ากล้องอาจเป็นหนังชนิดแข็งหรืออ่อนก็ได้
8. เครื่องขับเคลื่อนฟิล์มโดยอัตโนมัติ (Motor Drive,Autowinder) อุปกรณ์ชิ้นนี้อาจไม่จำเป็นในการถ่ายรูปปกติ เพราะมีเวลาในการเลื่อนฟิล์มด้วยตนเอง แต่สำหรับงานอาชีพที่ต้องการบันทึกภาพติดต่อกันในเวลาสั้น ๆ ถ้ามัวเคลื่อนฟิล์มอยู่อาจพลาดภาพนั้น ๆ ได้ดังนั้นจึงมีอุปกรณ์ที่เลื่อนฟิล์มโดยอัตโนมัตินี้ โดยผู้ใช้เพียงกดปุ่มถ่ายภาพ ฟิล์มจะเลื่อนโดยอัตโนมัติ บางชนิดจะเลื่อนวินาทีละ 5 ภาพหรือบางชนิดอาจต่ำกว่านั้น
1. เครื่องวัดแสง (Exposure light meter) เป็นเครื่องมือที่ช่วยบอกลักษณะของแสงที่พอเหมาะในการถ่ายรูป
แต่ละครั้งเพื่อให้ได้ภาพที่พอดี (Nor-mal) นั่นคือ
จะบอกหน้ากล้องหรือขนาดของรูรับแสงที่พอเหมาะ และความเร็ว
ชัดเตอร์ที่ควรใช้อันสัมพันธ์กับแสงสอดคล้องกับความมุ่งหมายการถ่ายรูปนั้น ๆ
โดยปกติกล้องถ่ายรูประดับปานกลาง ถึงระดับดี
จะมีเครื่องวัดแสงนี้ติดมาพร้อมกับกล้องอย่างไรก็ตาม
อาจจำเป็นที่ต้องมีเครื่องวัดแสงเฉพาะสำหรับ งานบางอย่างก็ได้
2. ขาตั้งกล้อง (Tripod, Camera Supports) เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการถ่ายรูปที่ต้องใช้ความไวช้า
ๆ
หรือถ่ายรูปกลางคืนเพราะจะทำให้กล้องมั่นคงได้ภาพที่ไม่ไหวปกติขาตั้งกล้องมีลักษณะ
3 ขา (Tripod) ในบางครั้งอาจใช้ขาเดียว
Monopod) รับน้ำหนักก็ได้ หรือมีลักษณะเป็นแท่นรองรับก็สุดแล้วแต่จุดมุ่งหมาย
3.
แว่นกรองแสง (Filters) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบกับเลนส์เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามแตกต่างไปจากภาพปกติ
ในการถ่ายรูปสีแว่นกรองแสงจะช่วยควบคุมแสง แก้ไขสีเพิ่มสีและทำภาพพิเศษอื่น ๆ
ได้ตามความต้องการในบางชนิด เช่น สกายไลท์ (Skylight) ช่วยป้องกันเลนส์ไม่ให้สกปรกหรือเกิดรอยขีดข่วนได้สำหรับการถ่ายรูปขาวดำ
ฟิลเตอร์หรือ
แว่นกรองแสงก็จะช่วยในการเน้นจุดสนใจของภาพให้ดียิ่งดีขึ้นซึ่งปกติฟิลเตอร์ที่ใช้กับงานถ่ายรูปขาวมีนิยมอยู่
5 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง สีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว
5 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง สีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว
4. สายลั่นไก (Shutter Release Cable) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ต่อเข้ากับปุ่มลั่นไกช่วยลั่นไกชัดเตอร์
โดยให้กล้องรับการกระทบกระเทือนน้อยที่สุดในกรณีที่ตั้งความไวชัดเตอร์ต่ำ ๆ
ปกตินิยมใช้กับการถ่ายรูป วัตถุเล็ก ๆ หรืองานก้อบปี้ ตลอดจนการถ่ายรูปกลางคืน (Night
Picture) เมื่อจำเป็นต้องใช้ความไวชัดเตอร์ต่ำ ๆ สายลั่นไก
มีความยาวหลายขนาด และบางชนิดอาจมีล็อกเพื่อให้การเปิดหน้ากล้องนาน ๆ
ตามต้องการได้
5. ไฟแฟลชอิเลคโทรนิค (Electronic Flash) เป็นอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งของแสงสว่างเพื่อช่วยถ่ายรูป เมื่อแสงไม่พอ เช่น ถ่ายรูปในเวลากลางคืนหรือในห้องที่ไม่ค่อยมีแสงสว่าง นอกจากนั้นอาจใช้ไฟแวบนี้ ช่วยลดเงาเมื่อถ่ายภายในแสงหลักที่สว่างมาก ๆ นอกจากนั้นอาจใช้แหล่งแสงสว่างอื่น ๆ แทนไฟแวบได้ เช่น ไฟส่อง (Flood) แบบที่ใช้ในห้องถ่ายรูป หรือพวกไฟที่ใช้กับโทรทัศน์ภาพยนตร์ที่เรียกว่าซันกัน (Sun Gun) ก็ได้
5. ไฟแฟลชอิเลคโทรนิค (Electronic Flash) เป็นอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งของแสงสว่างเพื่อช่วยถ่ายรูป เมื่อแสงไม่พอ เช่น ถ่ายรูปในเวลากลางคืนหรือในห้องที่ไม่ค่อยมีแสงสว่าง นอกจากนั้นอาจใช้ไฟแวบนี้ ช่วยลดเงาเมื่อถ่ายภายในแสงหลักที่สว่างมาก ๆ นอกจากนั้นอาจใช้แหล่งแสงสว่างอื่น ๆ แทนไฟแวบได้ เช่น ไฟส่อง (Flood) แบบที่ใช้ในห้องถ่ายรูป หรือพวกไฟที่ใช้กับโทรทัศน์ภาพยนตร์ที่เรียกว่าซันกัน (Sun Gun) ก็ได้
6. เลนส์ ฮูด (Lense Hood) เป็นอุปกรณ์
ที่ไม่มีแก้วเหมือนเลนส์ชนิดอื่น ๆ แต่เป็นเพียงกรอบ หรือขอบเพื่อสวมเข้าหน้าเลนส์
เพื่อกันการสะท้อนของแสง หรือแสงส่องเฉียงที่ไม่ต้องการมากระทบผิวหน้าเลนส์
เลนส์ฮูดอาจทำด้วยโลหะ
หรือยางมีขนาดแตกต่างกันตามความยาวโฟกัสของเลนส์และรัศมีเส้นผ่าศูนย์กลาง
ของเลนส์ที่ใช้
7. กระเป๋ากล้อง ( Case) เป็นอุปกรณ์ที่ควรจะสวมใส่กล้องไว้ตลอดเพราะป้องกันการขูดขีดของตัวกล้อง และเลนส์เป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้นป้องกันการ กระทบกระเทืยนได้อีกด้วยกระเป๋ากล้องอาจเป็นหนังชนิดแข็งหรืออ่อนก็ได้
8. เครื่องขับเคลื่อนฟิล์มโดยอัตโนมัติ (Motor Drive,Autowinder) อุปกรณ์ชิ้นนี้อาจไม่จำเป็นในการถ่ายรูปปกติ เพราะมีเวลาในการเลื่อนฟิล์มด้วยตนเอง แต่สำหรับงานอาชีพที่ต้องการบันทึกภาพติดต่อกันในเวลาสั้น ๆ ถ้ามัวเคลื่อนฟิล์มอยู่อาจพลาดภาพนั้น ๆ ได้ดังนั้นจึงมีอุปกรณ์ที่เลื่อนฟิล์มโดยอัตโนมัตินี้ โดยผู้ใช้เพียงกดปุ่มถ่ายภาพ ฟิล์มจะเลื่อนโดยอัตโนมัติ บางชนิดจะเลื่อนวินาทีละ 5 ภาพหรือบางชนิดอาจต่ำกว่านั้น
9. กระเป๋าเก็บกล้อง และอุปกรณ์อื่น ๆ (Baggage) เป็นกระเป๋าเอนกประสงค์ที่สามารถบรรจุกล้องและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ
นำไปใช้ถ่ายรูปได้ นอกจากนั้นยังช่วยป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี
และสามารถเก็บกล้อง และรักษาฟิล์มได้ด้วย
กระเป๋าบางชนิดอาจทำเป็นกล่องอะลูมิเนียมบุด้วยฟองน้ำกันการกระเทือน
บางชนิดทำด้วยผ้าร่มสักหลาดหรือผ้าใบ
และบางชนิดสามารถป้องกันน้ำเข้าไปในกระเป๋าได้
วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557
ความยาวโฟกัส คืออะไร
ความยาวโฟกัส คือ ระยะห่างระหว่างตัวเลนส์กับวัสดุรับภาพของกล้องนั่นเอง โดยถ้าเราพิจารณาจากภาพก็จะเห็นได้ว่า ยิ่งค่าความยาวโฟกัสมากขึ้นเท่าไหร่(ยิ่งเลนส์ห่างจากเซ็นเซอร์กล้องดิจิตอล เท่าไหร่) มุมของภาพก็จะนิ่งแคบลงเท่านั้น เลนส์ถ่ายภาพใดก็ตามที่มีความยาวโฟกัสของเลนส์ ยิ่งยาวยิ่งทำให้มุมของการถ่ายภาพแคบ และ ช่วยย่นระยะของทางที่มองเห็นให้ใกล้เข้ามา เลนส์ดังกล่าว ซึ่งได้แก่เลนส์ถ่ายไกล(Telephoto Lens) เป็นต้น นอกจากนี้เลนส์ที่มีความยาวโฟกัสแตกต่างกัน นอกจากสร้างผลทางภาพให้มีขนาดต่างกันแล้ว ยังสร้างผลของช่วงความชัดให้มีความแตกต่างกันอีกด้วย โดยความยาวโฟกัสยิ่งยาวมาก ช่วงความชัดยิ่งสั้นลง ตรงกันข้าม ถ้าความยาวโฟกัสยิ่งสั้นมากเท่าใด ช่วงความชัดของภาพจะมีมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นสรุปได้ว่าความยาวของโฟกัสของเลนส์มีผลต่อการถ่ายภาพ 2 อย่างคือ
1. ทำให้มุมของภาพ กว้างหรือแคบได้
2. ทำให้ช่วงความชัดมีมากหรือน้อยลงได้
วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ทคนิคการถ่ายภาพแบบ NIGHT PICTURE
เทคนิคการถ่ายภาพแบบ NIGHT
PICTURE หรือ การถ่ายภาพไฟกลางคืนที่สวยงาม จะได้ภาพที่แปลกตา มาดูวิธีถ่ายเลยครับ
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
1. กล้องถ่ายภาพพร้อมฟิล์ม
2. ขาตั้งกล้องพร้อมสายลั่นชัตเตอร์
3. อื่น ๆ เช่น ไฟฉาย ผ้าดำ
1. กล้องถ่ายภาพพร้อมฟิล์ม
2. ขาตั้งกล้องพร้อมสายลั่นชัตเตอร์
3. อื่น ๆ เช่น ไฟฉาย ผ้าดำ
วิธีการถ่ายภาพ
1. ติดตั้งกล้องกับขาตั้งกล้องให้มั่นคง พร้อมติดตั้งสายลั่นชัตเตอร์ให้พร้อม
2. ส่องกล้องหาทิศทางในการถ่ายภาพ ให้ได้มุมที่เหมาะที่สุด
3. คาดคะเน สภาพแสงเพื่อกำหนดเวลา และรูรับแสง (โดยปกติถ้าเป็นไฟตามถนนปกติ จะใช้ประมาณ 5.6หรือ 8)
4. ตั้งความเร็วชัตเตอร์ที่ B ลั่นชัตเตอร์ค้างไว้ให้รถวิ่งผ่านจนเป็นที่พอใจ ประมาณ 10 -60 วินาที หรือถ้าทิ้งช่วงเวลานาน ใช้ผ้าดำคลุมหน้าเลนส์ไว้ก่อนก็ได้
1. ติดตั้งกล้องกับขาตั้งกล้องให้มั่นคง พร้อมติดตั้งสายลั่นชัตเตอร์ให้พร้อม
2. ส่องกล้องหาทิศทางในการถ่ายภาพ ให้ได้มุมที่เหมาะที่สุด
3. คาดคะเน สภาพแสงเพื่อกำหนดเวลา และรูรับแสง (โดยปกติถ้าเป็นไฟตามถนนปกติ จะใช้ประมาณ 5.6หรือ 8)
4. ตั้งความเร็วชัตเตอร์ที่ B ลั่นชัตเตอร์ค้างไว้ให้รถวิ่งผ่านจนเป็นที่พอใจ ประมาณ 10 -60 วินาที หรือถ้าทิ้งช่วงเวลานาน ใช้ผ้าดำคลุมหน้าเลนส์ไว้ก่อนก็ได้
การถ่ายภาพไฟกลางคืน
ควรถ่ายเผื่อหลาย ๆ ภาพ โดยใช้เวลาในการบันทึกภาพ และขนาดรูรับแสงต่าง
ๆ กัน และจดบันทึกไว้จะดีที่สุด และควรฝึกหัดเป็นประจำเพราะต้องอาศัยความชำนาญอย่างสูงในการถ่ายภาพประเภทนี้
วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
Canon เปิดตัว EOS 70D
Canon เปิดตัว EOS 70D พร้อมเซนเซอร์ใหม่ Dual Pixel CMOS AF โดย Canon เปิดตัวกล้องรุ่นกลางของซีรีส์ EOS ตัวใหม่ในชื่อรุ่น EOS 70D อัพเดตจากรุ่นก่อนหน้าที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2010 มีการปรับปรุงไปหลายส่วนดังนี้ครับ
Canon EOS 70D ถือเป็นกล้องที่สาวก Canon รอคอยมากที่สุดตัวหนึ่ง และเมื่อวานนี้การรอคอยนั้นก็เหมือนจะสิ้นสุดลงแล้วครับจากการที่ Canon ได้ประกาศเปิดตัว Canon EOS 70D อย่างเป็นทางการ แว๊บแรกที่ผมเห็นรูปของ 70D อดคิดไม่ได้ว่าบอดี้ภายนอกมันไม่เห็นจะต่างกับ 60D เลย แค่มีการเรียงปุ่มใหม่นิดๆหน่อยๆ ถึงตอนนั้นผมเริ่มมีความสงสัยว่าภายในมันอาจจะคล้ายๆ 60D ก็ได้ อาจไม่ได้สมกับที่หลายๆคนรอคอยมานาน แต่พอเลื่อนไปอ่านสเปคก็รู้ทันทีว่า มันแค่ภายนอกเท่านั้นที่ดูคล้ายด้านในมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้ดีขึ้น กว่า 60D แทบจะทุกด้านเลย แถมยังมีเซนเซอร์ใหม่ที่พ่วงเอาเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF มาอีกด้วย ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาอธิบายกันกันครับว่ามันคืออะไร
Canon EOS 70D Specification
-
เซนเซอร์ APS-C Dual Pixel CMOS AF ความละเอียด 20.2 ล้านพิกเซล
-
ชิพประมวลผล DIGIC 5+
-
ISO 100-12800 ขยายได้ถึง 25600
-
ถ่ายภาพต่อเนื่อง 7 ภาพต่อวินาที (JPEG 65 ภาพ/RAW 16 ภาพ)
-
เซนเซอร์ Autofocus มีจุด AF 19 จุด เป็น Cross-type ทั้งหมด
-
เซนเซอร์วัดแสง iFCL 63 โซน
-
ช่องมองภาพครอบคลุมการมองเห็น 98%
-
จอแสดงผลปรับหมุนได้(หมุนได้แบบเดียวกับ 60D)
-
จอแสดงผล Touchscreen ขนาด 3.0" ความละเอียด 1,040,000 พิกเซล
-
มี Wi-Fi ในตัว
-
แฟลชหัวกล้องสามารถสั่งงานแฟลชไร้สายได้
-
ถ่าย Video Full HD 1080p 30fps
-
มีโหมดถ่ายภาพ HDR และ Multiple Exposure
-
มีช่องใส่การ์ด SD/SDHC/SDXC 1 ช่อง
-
มี Weather Seal กันน้ำกันฝุ่น
-
ใช้แบตเตอรี่ LP-E6
-
ใช้กริ๊ปรุ่น BG-E14
-
น้ำหนัก 755 กรัม
วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557
Dual Pixel CMOS AF สุดยอดระบบ ออโต้โฟกัส เพื่อการถ่ายภาพด้วย Live View
ครั้งแรกของโลกกับเทคโนโลยีใหม่
"Dual Pixel CMOS AF" สุดยอดระบบ
ออโต้โฟกัส เพื่อการถ่ายภาพด้วย Live View
ลงตัวทั้งการถ่ายภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว
ครั้งแรก*ของเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF สุดยอด ระบบออโตโฟกัสแห่งยุค ตอบโจทย์สมบูรณ์แบบลงตัวทั้งการถ่าย ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ปลดล๊อคทุกข้อจำกัดในการถ่ายภาพด้วย Live View และสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวโดยสามารถโฟกัส เกาะติดวัตถุให้อัตโนมัติอย่างแม่นยำ ราบรื่นไม่มีสะดุด พร้อมหน้าจอ LCD ทัชสกรีนแบบปรับหมุนได้ เพื่อความสะดวก ในการเลือกจุดโฟกัสและการถ่ายภาพในสถานการณ์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Wi-Fi ในตัวกล้อง ผู้ใช้จึงสามารถควบคุมการทำงานของกล้อง โดยเฉพาะการปรับชัตเตอร์ สปีด รูรับแสง ตั้งค่า ISO ผ่านแอพลิเคชั่น EOS Remote บนสมาร์ทโฟน หรือแชร์ภาพถ่ายจากกล้องไปยังกล้องรุ่นอื่นๆ ของแคนนอนที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi ได้อย่างสะดวกง่ายดาย และนอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นมากมาย ที่มีในกล้องระดับโปรฯ เพื่อคุณภาพของภาพที่เหนือชั้น อาทิ เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APC-S ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผลภาพ DIGIC 5+ การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 7 ภาพต่อวินาที ระบบโฟกัสอัตโนมัติ ที่ครอบคลุม ได้ถึง 19 จุดแบบ Cross-type และ Dual Cross-type ที่จุดกลาง
เทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF เป็นเหมือนตัวแทนของการนำเสนอแนวคิดใหม่ ในการโฟกัสอย่างมีประสิทธิภาพผ่านระบบ LiveView ด้วยกลไกการทำงานที่กระจกภายในตัวกล้องจะถูกยกขึ้น เมื่อถ่าย
ภาพด้วย Live View ทำให้การตรวจหาจุดโฟกัสอัตโนมัติแบบ phase-difference ของช่องมองภาพแบบปกติใช้งานไม่ได้ กล้องส่วนใหญ่ ที่ใช้ระบบ Live View จึงมีระบบออโต้โฟกัสแบบ sensor-based
ซึ่งใช้การตรวจหาจุดโฟกัสด้วยค่าคอนทราสต์ โดยจะคำนวณหาจุดโฟกัส โดยการจดจำความแตกต่างของค่าคอนทราสต์ ในภาพและเคลื่อนเลนส์ กลับไปมาจนกว่าจะได้ค่าโฟกัสที่ดีที่สุด วิธีการนี้ต้องใช้เวลามากกว่าแบบ phase-difference ในขณะที่ Dual Pixel CMOS AF จะล็อคโฟกัส และติดตามวัตถุที่ถ่ายทันที จึงทำการโฟกัสได้รวดเร็วกว่า
สุดยอดประสิทธิภาพ ด้านการบันทึกภาพเคลื่อนไหว "EOS Full HD Movie"
ด้วย 3 สุดยอดเทคโนโลยีอย่าง Dual Pixel CMOS AF ฟังก์ชั่นติดตามวัตถุอัตโนมัติ Movie Servo AF และเทคโนโลยี
เลนส์ STM (Stepping Motor) ของกล้อง EOS 70D คุณจึง
บันทึกภาพเคลื่อนไหวคุณภาพระดับมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย
ด้วยความสามารถในการโฟกัส ติดตามวัตถุได้แม่นยำต่อเนื่อง
และเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด หรือสลับ วัตถุไปมาก็ตาม ง่ายต่อการใช้เทคนิคถ่ายภาพชัดตื้น ปราศจาเสียงรบกวนจากมอเตอร์ในตัวเลนส์ ขณะทำการค้นหาโฟกัส อัตโนมัติ ช่วยให้วิดีโอคมชัด ได้อารมณ์เหมือนภาพยนตร์ ระดับมาสเตอร์พีซเพื่อความคล่องตัวในการใช้งานระดับมืออาชีพ กล้อง EOS 70D ติดตั้งไมโครโฟนระบบเสียงสเตอริโอ ซึ่งสามารถ ปรับค่าความดังของเสียง และเปิดใช้งาน ฟังก์ชั่นลดความแรง สัญญาณเสียงได้ตามต้องการ พร้อมกับช่องต่อไมโครโฟน ภายนอก สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเสริมประสิทธิภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับตั้งค่าตัวกล้องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูรับแสงหรือค่าISO ผู้ใช้ก็สามารถเลือกปรับแมนนวลได้ตามต้องการ และยังบรรจุฟังก์ชั่น VDO Snapshot และ Music Background ที่จะมาช่วยทำให้การบันทึกและตัดต่อ สำหรับมือใหม่ กลายเป็นเรื่องง่ายและสนุกสนานอีกด้วย
และเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด หรือสลับ วัตถุไปมาก็ตาม ง่ายต่อการใช้เทคนิคถ่ายภาพชัดตื้น ปราศจาเสียงรบกวนจากมอเตอร์ในตัวเลนส์ ขณะทำการค้นหาโฟกัส อัตโนมัติ ช่วยให้วิดีโอคมชัด ได้อารมณ์เหมือนภาพยนตร์ ระดับมาสเตอร์พีซเพื่อความคล่องตัวในการใช้งานระดับมืออาชีพ กล้อง EOS 70D ติดตั้งไมโครโฟนระบบเสียงสเตอริโอ ซึ่งสามารถ ปรับค่าความดังของเสียง และเปิดใช้งาน ฟังก์ชั่นลดความแรง สัญญาณเสียงได้ตามต้องการ พร้อมกับช่องต่อไมโครโฟน ภายนอก สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเสริมประสิทธิภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับตั้งค่าตัวกล้องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูรับแสงหรือค่าISO ผู้ใช้ก็สามารถเลือกปรับแมนนวลได้ตามต้องการ และยังบรรจุฟังก์ชั่น VDO Snapshot และ Music Background ที่จะมาช่วยทำให้การบันทึกและตัดต่อ สำหรับมือใหม่ กลายเป็นเรื่องง่ายและสนุกสนานอีกด้วย
โฟกัสลื่นไหลไม่มีสะดุด
ไม่ว่าจะเป็นการโฟกัสครั้งแรก หรือการเปลี่ยนสลับโฟกัสไปมาระหว่างวัตถุหรือบุคคลภายในช็อตเดียวกัน (เช่น rack focus) Dual Pixel CMOS AF
ก็สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องลื่นไหล ด้วยเลนส์ไดรฟ์ที่จับภาพได้อย่างแม่นยำ
ให้ผลลัพธ์ที่คมชัด พร้อมระบบ Touch AF และหน้าจอ Live View ที่ช่วยให้
การเปลี่ยนโฟกัสจากวัตถุด้านหน้า ไปยังฉากหลัง (rack focus) เป็นไปอย่าง
ง่ายดายแค่ปลายนิ้วสัมผัส
ภาพคมชัดสม่ำเสมอ
Dual Pixel CMOS AF ซึ่งทำงานร่วมกับ Movie Servo AF จะทำการล็อคโฟกัส และติดตามวัตถุที่ต้องการถ่ายโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าวัตถุนั้นจะเคลื่อนที่เข้าหาหรือออกจากกล้อง หรือเคลื่อนไปทางด้านข้าง แม้ด้วยความเร็วสูงมาก จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับการบันทึกภาพกีฬา หรือภาพชีวิตสัตว์ตามธรรมชาติ และการถ่ายวัตถุที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และคาดเดาทิศทางไม่ได้ล๊อคโฟกัส และติดตามต่อเนื่อง
Dual Pixel CMOS AF ยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Canon Face Detection และ Tracking Priority AF ในการจดจำและโฟกัสใบหน้าตลอดจนติดตาม อย่างต่อเนื่อง ให้คุณมั่นใจได้ว่าใบหน้าซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด จะถูกบันทึกไว้ได้อย่างชัดเจนเสมอพลังภาพเหนือขีดจำกัด ลองชมความสามารถสุดล้ำของเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ได้จากคลิป ภาพยนตร์สั้นเรื่อง Handmade กำกับโดย Keiya Ando ซึ่งถ่ายทำด้วยกล้อง EOS 70D และเลนส์ EF จากแคนนอนทั้งหมด พร้อมคลิปเบื้องหลังการถ่ายทำทั้งสองเรื่อง ที่จะแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการใช้งานกล้อง EOS 70D ในการถ่ายทำ ปิดท้ายด้วยคลิปที่อธิบายถึงหลักการทำงาน ของเทคโนโลยีออโต้โฟกัสที่ยอดเยี่ยม นี้บนเซ็นเซอร์ CMOS ของแคนนอน
HANDMADE
ในคลิปภาพยนตร์สั้น Handmade คุณจะเห็นได้ถึงความแม่นยำและต่อเนื่อง ของการเปลี่ยนตำแหน่งโฟกัสไปยังวัตถุต่างๆ ตลอดจนความเป็นธรรมชาติ ของภาพที่ได้เสมือน การโฟกัสด้วยสายตามนุษย์ นอกจากนี้ ลองสังเกตสีขาวของชุดเชฟ และสีเบจของแป้งโดจ์ท ที่แทบไม่เห็นถึงความคอนทราสต์ของสี ซึ่งหากเป็นการออโต้โฟกัสด้วยระบบ Contrast AF ทั่วไปการสลับโฟกัสระหว่างสองสิ่งนี้ อาจทำได้ยาก แต่สำหรับ Dual Pixel CMOS AF ซึ่งใช้เทคโนโลยีการออโต้โฟกัสแบบ phase-difference ที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น สิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปTHE MAKING OF "HANDMADE"
ช่างภาพ Nobuyuki Yanagibashi จะแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ในกล้อง EOS 70D ช่วยให้เขาสามารถถ่ายทอดมุมมอง ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ และเป็นศิลปะได้มากแค่ไหน"HANDMADE" WITH SHOOTING INFORMATION
รับชมคลิปภาพยนตร์สั้น Handmade พร้อมข้อมูลรายละเอียด เลนส์ที่ใช้ในการถ่ายทำแต่ละ scene
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






